บทที่ 4
คิดเป็น
เรื่องที่ 1 ปฐมบทของการคิดเป็น
ความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ เชื่อว่าคนทุกคนมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน ความต้องการก็ไม่ เหมือนกันแต่ทุกคนก็มีจุดมุ่งหมายปลายทางของตนที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งถ้าบรรลุถึงสิ่งนั้นได้เขาก็จะมีความสุข ดังนั้น ความสุขเหล่านี้จึงเป็นเรื่องต่างจิตต่างใจที่กำหนดตามสภาวะของตน อย่างไรก็ตาม การจะมีความสุขอยู่ได้ในสังคม จำเป็นต้องรู้จักปรับตัวเอง และสังคมให้ผสมกลมกลืนกันจนเกิดความพอดีแก่เอกัตภาพ และบางครั้งหากเป็นการตัดสินใจที่ได้กระทำ ดีที่สุดตามกำลังของตัวเองแล้วก็จะมี ความพอใจกับการตัดสินใจนั้น อีกประการหนึ่งในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้การที่จะ ปรับตัวเองและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความพอดีนั้น จำเป็นต้องรู้จักการคิด การแก้ปัญหาการเรียนการสอนที่ จะให้คนรู้จักแก้ปัญหาได้นั้น การสอนโดยการบอกอย่างเดียวคงไม่ได้ประโยชน์มากนัก การสอนให้รู้จักคิด รู้จักวิเคราะห์จึงเป็นวิธีที่ควรนำ มาใช้กระบวนการคิด การแก้ปัญหามีหลากหลายวิธีแตกต่างกันไป แต่กระบวนการคิด การแก้ปัญหาที่ต้องใช้ข้อมูลประกอบการคิด การวิเคราะห์อย่างน้อย 3 ประการคือ ข้อมูลทางวิชาการข้อมูลเกี่ยวกับ ตัวเองและข้อมูลเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อนำผลการคิดนี้ ไปปฏิบัติแล้วพอใจ มีความสุขก็จะเรียกการคิดเช่นนั้นว่าคิดเป็น
เรื่องที่ 2 คิดเป็นและกระบวนการคิดเป็น
แนวคิดและทิศทางของคิดเป็น “คิดเป็น” เป็นคำไทยสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ใช้เพื่ออธิบายถึงคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ของคนในการดำรงชีวิตอยู่ในสงคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง และซับซ้อนได้อย่างปกติสุข “คิดเป็น” มาจากความเชื่อพื้นฐานเบื้องต้นที่ว่าคนมีความแตกต่างกัน เป็นธรรมดา แต่ทุกคน มีความต้องการสูงสุดเหมือนกันคือความสุขในชีวิต คนจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับตัวเองและสังคม สิ่งแวดล้อมให้เข้าหากันอย่างผสมกลมกลืนจนเกิดความพอดี นำไปสู่ความพอใจและมีความสุข อย่างไรก็ตามสังคมสิ่งแวดล้อมไม่ได้หยุดนิ่ง แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงอยู่ ตลอดเวลาก่อให้เกิดปัญหา เกิดความทุกข์ ความไม่สบายกายไม่สบายใจขึ้นได้เสมอ กระบวนการปรับ ตนเองกับสังคมสิ่งแวดล้อมให้ผสมกลมกลืนจึงต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและทันการคนที่จะทำได้ เช่นนี้ต้องรู้จักคิด รู้จักใช้สติปัญญา รู้จักตัวเองและธรรมชาติสังคมสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี สามารถ แสวงหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อย่างหลากหลายและพอเพียง อย่างน้อย 3 ประการคือข้อมูลทาง วิชาการข้อมูลทางสังคมสิ่งแวดล้อม และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเองมาเป็นหลักในการวิเคราะห์ปัญหาเพื่อเลือก แนวทางการตัดสินใจที่ดีที่สุดในการ แก้ปัญหา หรือสภาพการณ์ที่เผชิญอยู่อย่างรอบคอบ จนมีความพอใจแล้วก็พร้อมจะรับผิดชอบการตัดสินใจนั้นอย่างสมเหตุสมผล เกิดความพอดีความสมดุลในชีวิต อย่างสันติสุข เรียกได้ว่า “คนคิดเป็น”
เรื่องที่ 3 ข้อมูลประกอบการคิดเป็น
ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงการคิดเป็นและกระบวนการตดัสินใจแก้ปัญหาของคนคิดเป็นมาแล้ว จะเห็นว่ากระบวนการสำคัญ ที่เป็นเครื่องมือในการคิดเป็น คือการใช้ข้อมูลที่หลากหลายและพอเพียงอย่างน้อย 3 ด้านมาประกอบการคิด การวิเคราะห์และการตัดสินใจ ซึ่งได้แก่ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเองข้อมูลเกี่ยวกับวิชาการและข้อมูลเกี่ยวกับสังคมสิ่งแวดล้อม
“คิดเป็น” (KIDPEN)ปรัชญาพื้นฐาน ของ กศน. คิดเป็น เป็นกระบวนการคิดที่เกิดขึ้นจากหลักการและแนวคิดของ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ นักการศึกษาไทย ที่กล่าวไว้ว่า “การจัดการศึกษาต้องการสอนคน ให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น”
คิดเป็น หมายถึง กระบวนการที่คนเรานำมาใช้ในการตัดสินใจ โดยต้องแสวงหาข้อมูลของตนเอง ข้อมูลของสภาพแวดล้อมในชุมชน และข้อมูลทางวิชาการ แล้วนำมาวิเคราะห์หาทางเลือกในการตัดสินใจที่เหมาะสม มีความพอดีระหว่างตนเองและสังคม
คิดเป็น มีความเชื่อวามนุษย์ทุกคนต้องการความสุข แต่ความสุขของแต่ละคนแตกต่างกันเนื่องจากมนุษย์มีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ เช่น เพศ วัย สภาพสังคมสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ซึ่งทำให้ความต้องการและความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น การที่บุคคลจะอยู่ได้อย่างเป็นสุขในสังคม จะต้องเป็นผู้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และกระบวนการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็นนั้น จะต้องนำข้อมูลอย่างน้อย 3 ด้าน มาประกอบในการคิด คือ ข้อมูลด้านตนเอง ข้อมูลด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และ ข้อมูลด้านวิชาการ โดยจะต้องวิเคราะห์ว่าข้อมูลใดน่าเชื่อถือมากกว่า หรือมีผลดีมากกว่า เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจโดยอาศัยการพิจารณาอย่างรอบคอบ
หลักการของการคิดเป็น
1) “คิดเป็น” เชื่อว่าสังคมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ และปัญหานั้นสามารถแก้ไขได้
2) การแก้ปัญหาต่าง ๆได้อย่างเหมาะสมที่สุด จำเป็นจะต้องมีข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจอย่างน้อย 3 ด้าน คือ ข้อมูลด้านที่เกี่ยวกับตนเอง สังคม และวิชาการ
3) การตัดสินใจแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยการไตร่ตรองข้อมูล ทั้ง 3 ด้านอย่างรอบคอบแล้ว ก่อให้เกิดความพึงพอใจต่อการตัดสินใจและควรรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง
4) เนื่องจากสังคมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การตัดสินใจอาจจะต้องเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
ลักษณะของคน “คิดเป็น” มี 8 ประการ ดังนี้
1) มีความเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา และปัญหาต่าง ๆ นั้นสามารถแก้ไขได้
2) การคิดที่ดี จะต้องใช้ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านตนเอง ด้านสังคมและด้านวิชาการ
3) มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลว่าข้อมูลนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
4) มีความสนใจที่จะวิเคราะห์ข้อมูลอยู่เสมอ
5) มีความรู้ความเข้าใจต่อการกระทำของตนว่าส่งผลต่อสังคม
6) การตัดสินใจการกระทำต่าง ๆ ของตนเอง แล้วมีความสบายใจและเต็มใจที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำนั้น
7) มีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันอย่างระบบ
8) สามารถวิเคราะห์คุณค่าและตัดสินใจเลือกแนวทางในการแก้ปัญหาต่าง ๆให้สอดคล้องกับค่านิยม ความสามารถ สถานการณ์ เงื่อนไข และความเป็นไปได้ของแนวทางในการแก้ปัญหานั้น ๆ