บทที่ 3
การจัดการความรู้
เรื่องที่ 1 ความหมาย ความสำคัญ หลักการ กระบวนการจัดการความรู้ การรวมกลุ่มเพื่อต่อยอดความรู้ และการจัดทำสารสนเทศเผยแพร่ความรู้
ความหมายของการจัดการความรู้
การจัดการ(Management) หมายถึง กระบวนการในการเข้าถึงความรู้และการถ่ายทอด ความรู้ที่ ต้องดำเนินการร่วมกันกับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจเริ่มต้นจากการบ่งชี้ความรู้ที่ต้องการใช้ การสร้างและแสวงหาความรู้ การประมวลเพื่อกลั่นกรองความรู้ การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ การสร้างช่องทางเพื่อการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยนความรู้ การจัดการสมัยใหม่ใช้กระบวนการทางปัญญาเป็นสิ่งสำคัญในการคิด ตัดสินใจ และส่งผล ให้เกิดการกระทำการจัดการจึงเน้นไปที่การปฏิบัติ ความรู้ (Knowledge) หมายถึง ความรู้ที่ควบคู่กับการปฏิบัติ ซึ่งในการปฏิบัติจำเป็นต้อง ใช้ความรู้ที่หลากหลายสาขาวิชามาเชื่อมโยงบูรณาการเพื่อการคิดและตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติ จุดกำเนิดของความรู้คือสมองของคน เป็นความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในสมอง ชี้แจงออก มาเป็นถ้อยคำหรือตัวอักษรได้ยาก ความรู้นั้นเมือนำไปใช้จะไม่หมดไป แต่จะยิ่งเกิดความรู้ เพิ่มพูนมากขึ้นอยู่ ในสมองของผู้ปฏิบัติ
การจัดการความรู้ การจัดการความรู้ (Knowledge Management) หมายถึง การจัดการกับความรู้ และ ประสบการณ์ที่มีอยู่ในตัวคน และความรู้เด่นชัด นํามาแบ่งปันให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และ องค์กร ด้วยการผสมผสานความสามารถของคนเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม มีเป้าหมาย เพื่อการ พัฒนางาน พัฒนาคน และพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ความสำคัญของการจัดการความรู้
1. ผลสัมฤทธิ์ของงาน หากมีการจัดการความรู้ในตนเอง หรือในหน่วยงาน องค์กร จะเกิด ผลสำเร็จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากความรู้เพื่อใช้ในการพัฒนางานนั้น เป็นความรู้ที่ได้ จากผู้ที่ผ่าน การปฏิบัติโดยตรง จึงสามารถนำมาใช้ในการพัฒนางานได้ทันที และเกิดนวัตกรรมใหม่ในการทำงาน ทั้งผลงานที่เกิดขึ้นใหม่ และวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันของ คนในองค์กรที่มีความเอื้ออาทร ต่อกัน
2. บุคลากร การจัดการความรู้ในตนเองจะส่งผลให้คนในองค์กรเกิดการพัฒนา ตนเอง และส่งผลรวมถึงองค์กร กระบวนการเรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน จะทำให้บุคลากรเกิด ความมั่นใจในตนเอง เกิดความเป็นชุมชนในหมู่เพื่อนร่วมงาน บุคลากร เป็นบุคคลเรียนรู้และส่งผลให้ องค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อีกด้วย
3. ยกระดับความรู้ของบุคลากรและองค์กร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะทำให้บุคลากรมี ความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิม เห็นแนวทางในการพัฒนางานที่ชัดเจนมากขึ้น และเมื่อ นําไปปฏิบัติจะทำให้ บุคคลและองค์กรมีองค์ความรู้เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานในเรื่องที่สามารถ นําไปปฏิบัติได้ มีองค์ความรู้ที่จําเป็นต่อการใช้งาน และจัดระบบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้
หลักการของการจัดการความรู้
1. ให้คนหลากหลายทัศนะ หลากหลายวิถีชีวิต ทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์การจัดการความรู้ที่มีพลังต้องทำโดยคนที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน มีความเชื่อหรือวิธีคิดแตกต่างกัน (แต่ มีจุดรวมีพลัง คือมเป้าหมายอยู่ทั้งานด้วยกัน) ถ้ากลุ่มที่ดำเนินการจัดการความรู้ประกอบด้วยคน ที่คิดเหมือื่น ๆ กัน การจัดการความรู้จะไม่มีพลังในการจัดการความรู้ความแตกต่างหลากหลาย มีคุณค่ามากกว่าความเหมือน
2. ร่วมกันพัฒนาวิธีการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อบรรลุประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่กำหนดไว้ ประสิทธิผลประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 ประการคือ
2.1 การตอบสนองความต้องการซึ่งอาจเป็นความต้องการของตนเอง ผู้รับ บริการความต้องการของสงคมหรือความต้องการที่กำหนดโดยผู้นำองค์กร
2.2 นวัตกรรม ซึ่งอาจเป็นนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หรือวิธีการใหม่ ๆ ก็ได้
2.3 ขีดความสามารถของ บุคคล และขององค์กร
2.4 ประสิทธิภาพในการทำงาน
3. ทดลองและการเรียนรู้เนื่องจากกิจกรรมการจัดการความรู้ เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ จึงต้องทดลองทำเพียงน้อย ๆ ซึ่งถ้าล้มเหลวก็ก่อผลเสียหายไม่มากนัก ถ้าได้ผล ไม่ดีก็ยกเลิกความคิดนั้น ถ้าได้ผลดีจึงขยายการทดลองคือปฏิบัติมากขึ้น จนในที่สุดขยาย เป็นวิธี ทำงานแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า ได้วิธีการปฏิบัติที่ส่งผลเป็นเลิศ (best practice) ใหม่ นั่นเอง
4. นำเข้าความรู้จากภายนอกอย่างเหมาะสม โดยต้องถือว่าความรู้จากภายนอก ยัง เป็นความรู้ที่“ดิบ” อยู่ ต้องเอามาทำให้“สุก” ให้พร้อมใช้ตามสภาพของเรา โดยการเติม ความรู้ที่มีตามสภาพของเราลงไป จึงจะเกิดความรู้ที่เหมาะสมกับที่เราต้องการใช้ หลักการของการจัดการความรู้ จึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพราะ การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือระดมความรู้ในคน และความรู้ในกระดาษทั้งที่เป็นความรู้ จาก ภายนอก และความรู้ของกลุ่มผู้รวมงาน เอามาใช้และยกระดับความรู้ของ บุคคล ของ ผู้ร่วมงาน และขององค์กร ทำให้งานมีคุณภาพสูงขึ้น คนี้เป็นบุคคลเรียนรู้และองค์กรเป็น องค์กร แห่งการเรียนรู้ การจัดการความรู้จึงเป็นทักษะสิบส่วน เป็นความรู้เชิงทฤษฎีเพียง ส่วนเดียว การจัดการความรู้จึงอยู่ในลักษณะ “ไม่ทำ - ไม่รู้”
กระบวนการในการจัดการความรู้
โมเดลปลาทูเพื่อให้การจัดการความรู้ หรือ KM เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย จึงกำหนดให้การจัดการความรู้เปรียบเหมือนกับปลาทูตัวหนึ่ง มีสิ่งที่ต้องดำเนินการจัดการความรู้อยู่ 3 ส่วน โดย กำหนดว่า ส่วนหัว คือการกำหนดเป้าหมายของการจัดการความรู้ที่ชัดเจนส่วนตัวปลา คือการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และส่วนหางปลา คือความรู้ที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
กระบวนการจัดการความรู้ กระบวนการจัดการความรู้ เป็นกระบวนการแบบหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรเข้าถึง ขั้นตอน ที่ทำให้เกิดการจัดการความรู้ หรือพัฒนาการของความรู้ที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร มี ขั้นตอน 7 ขั้นตอน ดังนี้
1. การบ่งชี้ความรู้ เป็นการพิจารณาว่า เป้าหมายการทำงานของเราคืออะไร และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเราจำต้องรู้อะไร ขณะนี้เรามีความรู้อะไร อยู่ในรูปแบบใด อยู่กับใคร
2. การสร้างและแสวงหาความรู้ เป็นการจัดบรรยากาศและวัฒนธรรมการทำงาน ของคนในองค์กรเพิ่อเอื้อให้คนมีความกระตือรือร้นในการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่ง จะก่อให้เกิดการสร้างความรู้ใหม่ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
3. การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ เป็นการจัดทำสารบัญ และจัดเก็บความรู้ประเภท ต่าง ๆเพื่อให้การเก็บรวบรวมและการค้นหาความรู้ นำมาใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว
4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เป็นการประมวลความรู้ให้อยู่ในรูปเอกสาร หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่มีมาตรฐาน ปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และใช้ได้ง่าย
5. การเข้าถึงความรู้ เป็นการเผยแพร่ความรู้เพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้ประโยชน์ เข้าถึง ความรู้ได้ง่ายและสะดวก เช่น ใช้เทคโนโลยี เว็บบอร์ดีหรือบอร์ดประชาสมพันธ์ เป็นต้น
6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ทำได้หลายวิธีการหากเป็นความรู้เด่นชัด อาจ จัดทำเป็นเอกสาร ฐานความรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หากเป็นความรู้ที่ฝังลึกที่อยู่ในตัวคน อาจจัดทำเป็นระบบแลกเปลี่ยนความรู้เป็นทีมข้ามสายงาน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ พี่เลี้ยง สอนงาน การสับเปลี่ยนงาน การยืมตัว เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้น
7. การเรียนรู้ การเรียนรู้ของ บุคคลจะทำให้เกิดความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งจะไปเพิ่มพูนองค์ความรู้ขององค์กรที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้เหล่านี้จะถูกนำไปใช้ เพื่อ สร้างความรู้ใหม่ ๆ เป็นวงจรที่ไม่สิ้นสุด เรียกว่าเป็น “วงจรแห่งการเรียนรู้”
กระบวนการจัดการความรู้ด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการ
การจัดการความรู้กลุ่มปฏิบัติการเป็นการจัดการความรู้ของกลุ่มที่รวมตัวกัน มีจุดมุ่ง หมายของการทำงานร่วมกันให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งมีกลุ่มปฏิบัติการหรือที่เรียกว่า “ชุมชนนักปฏิบัติ” เกิดขึ้นอย่างมากมาย เช่นกลุ่มฮักเมืองนานกลุ่มเลี้ยงหมูกลุ่มเลี้ยงกบ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ุหรือกลุ่มอาชีพต่าง ๆในชุมชนกลุ่มเหล่านี้พร้อมที่จะเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน องค์ความรู้จึงเป็นความรู้และปัญญาที่แตกต่างกันไปตามสภาพและบริบทของ ชุมชน การสร้างองค์ความรู้หรือชุดความรู้ของกลุ่มได้แล้ว จะทำให้สมาชิกกลุ่มมีองค์ความรู้ หรือชุดความรู้ไว้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนอื่น หรือกลุ่ม อื่น อย่างภาคภูมิใจ เป็นการต่อยอดความรู้และการทำงานของตนต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อย่างที่เรียกว่าเกิดการเรียนรู้และพัฒนากลุ่มอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ในการสรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม กลุ่มจะต้องมีการถอดองคความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ การถอดองคความรู้จึงมีลักษณะของการไหลเวียนความรู้ จากคนสู่คน และจากคนสู่กระดาษ นั่นคือการู้องค์ความรู้มาบันทึกไว้ในกระดาษ หรือคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ให้กับคนที่สนใจได้ศึกษาและพัฒนาความรู้ต่อไป ปัจจัยที่ส่งผลสำเร็จต่อการรวมกลุ่มปฏิบัติการคือ
1. การสร้างบรรยากาศของการทำงานร่วมกันกลุ่มมีความเป็นกันเอง
2. ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเป็นทีม สมาชิก ทุก คนควรไว้วางใจกัน ซื่อสัตย์ต่อกัน สื่อสารกันอย่างเปิดเผย ไม่มีลับลมคมใน
3. การมอบหมายงานอย่างชัดเจนสมาชิกทุกคนงานเข้าใจวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และยอมรับภารกิจหลักของทีมงาน
4. การกำหนดบทบาทให้กับสมาชิกทุกคน สมาชเด็กเเต่ละคนคนเข้าใจและปฏิบัติตาม บทบาทของตนเอง และเรียนรู้เข้าใจในบทบาทของผู้อื่นในกลุ่มทุกบทบาที่มีความสำคัญ รวมทั้งบทบาทในการช่วยรักษาความ เป็นกลุ่มให้มั่นคง เช่น การประนีประนอม การอำนวย ความสะดวก การให้กำลังใจ เป็นต้น
5. วิธีการทำงาน สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา คือ
1) การสื่อความการทำงานเป็นกลุ่มต้องอาศัยบรรยากาศ การสื่อความที่ชัดเจนเหมาะสม ซึ่งจะทำให้ทุกคนกล้าเปิดใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจนเกิดความเข้าใจ และนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ
2) การตัดสินใจ การทำงานเป็นกลุ่มต้องใช้ความรู้ในการตัดสินใจรวมกัน เมื่อ เปิดโอกาสให้สมาชิกในกลุ่มแสดงความคิดเห็น และร่วมตัดสินใจแล้ว สมาชิกย่อมเกิดความผูกพันที่จะทำให้สิ่งที่นเองได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น
3) ภาวะผู้นำคือบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น การทำงานเป็นกลุ่มควร ส่งเสริมให้สมาชิกในกลุ่มทุกคนได้มีโอการแสดงความเป็นผู้นำ เพื่อให้ทุกคนเกิดความรู้สึกว่า ได้รับการยอมรับ จะได้รู้สึกว่าการทำงานร่วมกันี้เป็นกลุ่มนั้นมีความหมายปรารถนาที่จะทำอีก
4) การกำหนดกติกาหรือกี่ฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะเอื้อต่อการทำงานร่วมกันให้บรรลุ เป้าหมาย ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกติกา หรือกี่ฎเกณฑ์ที่จะนำมาใช้ร่วมกัน
6. การมีส่วนร่วมในการประเมินผลการทำงานของกลุ่ม ควรมีการประเมินผลการทำงานเป็นระยะในรูปแบบทั้งไม่เป็นทางการและเป็นทางการโดยสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมใน การประเมินผลงาน ทำให้สมาชิกได้รับทราบความก้าวหน้าของงาน ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมทั้งพัฒนากระบวนการทำงาน หรือการปรับปรุงแก้ไขร่วมกัน ซึ่งในที่สุดสมาชิกจะได้ทราบ ว่าผลงานบรรลุเป้าหมาย และมีคุณภาพมากน้อยเพียงใดสารสนเทศการจัดการความรู้ด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการ
สารสนเทศการจัดการความรู้ด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการหมายถึงการรวบรวม ข้อมูล ที่เป็นประ โยชน์ต่อการพัฒนางาน พัฒนาคน หรือพัฒนากลุ่ม ซึ่งอาจจัดทำเป็น เอกสารคลัง ความรู้ของกลุ่มหรือเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซด์ เพื่อแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ และนำมาใช้ ประโยชน์ในการทำงาน