บทที่ 3 การอ่าน

เรื่องที่ 1 หลักการความสำคัญ และจุดมุ่งหมายของการอ่าน

1. หลักการอ่าน

  1. ควรมีจุดมุ่งหมายในการอ่านทุกครั้ง เพื่อเป็นการประเมินหลังการอ่านจบแล้วว่า ได้บรรลุถึงจุดมุ่งหมาย หรือไม่

  2. เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจของตน จะได้ความรู้และประสบการณ์ตรงกับความต้องการและกระตื้อรือร้นที่จะอ่าน 

  3.อ่านถูกต้องตามอักขรวิธีออกเสียงรและลชัดเจนรวมทั้ง การเว้นวรรคที่ถูกต้องซึ่งการอ่านประเภทนี้จะเป็นการอ่านออกเสียง 

2. ความสำคัญของการอ่าน

  1. การอ่านี้เป็นการรับสารโดยเน้นเนื้อหาสาระที่หลากหลาย ผู้อ่านเลือกที่จะอ่านได้ตามความต้องการ

  2. การอ่านได้ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ 

  3. การอ่านี้เป็นการพัฒนาความคิดของผู้อ่าน 

  4. การอ่านี้เป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน 

3. จุดมุ่งหมายของการอ่าน

  1. เพื่อให้เกิดความรู้ ตามที่ผู้อ่านต้องการเลือก เพราะสามารถอ่านได้ 

  2. เพื่อให้เพลิดเพลิน โดยเฉพาะการอ่านประเภท จรรโลงใจ เช่นนิทานนิยาย นวนิยาย  เป็นต้น 

  3. เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ โดยศึกษาจากเนื้อหาสาระ หรือตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จ และนำไปปฏิบัติ 

  4. เพื่อให้เป็นบุคคลทันสมัย ทันเหตุการณ์  มีความรรอบด้าน ซึ่งจะได้จากการอ่าน

เรื่องที่ 2 การอ่านร้อยแก้ว

1. ความหมายของร้อยแก้ว

ร้อยแก้ว หมายถึง ข้อความที่เขียนขึ้นโดยไม่ได้คำนึงการสัมผัส ตัวอย่างเช่น การเขียนตำราเรียนการเขียนข่าว การเขียนประกาศ และการเขียนข้อความทั่ว ๆ ไป 

2. การอ่านร้อยแก้ว

2.1 การอ่านออกเสียง มีหลักการอ่านดังนี้   

   -อ่านออกเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี 

  -อ่านอย่างมีจังหวะ แบ่งวรรคตอนถูกต้อง 

  -อ่านอย่างเข้าใจเนื้อเรื่อง น้ำเสียงจะได้เหมาะสม เช่นอ่านเรื่องเกี่ยวกับความสุข 

เสียงจะต้องสดชื่นรื่นเริง หากเป็นเรื่องเศร้าน้ำเสียงจะต้องเศร้าตามไปด้วย   เป็นต้น 

  -อ่านเสียงดังฟังชัด 

  2.2 การอ่าน ข้อความบทความและเรื่องสั้นข้อความบทความและเรื่องสั้น เป็นการอ่านร้อยแก้ว ส่วนใหญ่เป็นการอ่านในใจ ซึ่งผู้อ่าน จะต้องจับใจความสำคัญให้ได้ว่าเรื่องที่อ่านคืออะไร กล่าวถึงใคร ที่ไหน และเมื่อไร   เป็นต้น 

  2.3 การอ่านจับใจความสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ ผู้อ่านเมืออ่านจบแล้ว จะต้องจับใจความสำคัญได้ เช่น เรื่องอะไร เกิดกับใคร เมื่อใด และมีผลอย่างไร

เรื่องที่ 3 การอ่านร้อยกร้อง

1. ความหมายของร้อยกร้องร้อยกร้อง หมายถึง คำประพันธุ์แต่งขึ้นโดยมีการสัมผัสให้คล้องจองกัน 

2. การอ่านร้อยกร้อง

  2.1 การอ่านคำคล้องจอง บทกล่อมเด็ก และเพลงพื้นบ้าน ให้อ่านี้เป็นจังหวะหรือให้คล้องจอง มีการเอื้อนคำ  เป็นต้น 

ตัวอย่างคำคล้องจอง

  ขิงก็ราข่าก็แรง, คนรักเท่าผืนหนึ่งคนชังเท่าผืนเสื่อ, โยกเยกเอยน้ำท่วมเมฆ   เป็นต้น 

ตัวอย่างบทกล่อมเด็ก 

  โอละเห่เอย แม่จะเห่ให้นอนวัน 

  ตื่นขึ้นมาจะอาบน้ำทำขวัญ นอนวันเถิดแม่คุณ 

  พ่อเนื้อเย็นเอย แม่มิให้เจ้าไปเล่นที่ท่านำ

  จระเข้จะมา มันจะคาบเจ้าเข้าถ้ำ

  เจ้าทองคำพ่อคุณ 

  ตัวอย่างเพลิงพื้นบ้าน

  เพลงเกี่ยวข้าว

  คว้าเถิดหนาแม่คว้ารีบตะบึงถึงคันนา จะได้พูดจากันเอย 

  เกี่ยวเถิดหนาแม่เกี่ยวอย่ามัวแลเหลียว เคียวจะบาดมือเอย 

  2.2 การอ่านกลอนสุภาพ 

  จังหวะในการอ่านคำในกลอนสุภาพแบ่งคำตามแผนผัง ดังนี้   

  000/00/000/ 000/00/000/ 

 000/00/000/ 000/00/000/ 

  ภายใน 1 วรรคมี 8 คำจะอ่าน 3/2/3 หากมี 9 คำจะอ่าน 3/3/3 

  กลอนสุภาพ บทหนึ่งจะมี 2 บาท

บาทที่ 1 เรียกว่าบาทเอกมี 2 วรรคคือสดับ,รับ

  บาทที่ 2 เรียกว่าบาทโทมี 2 วรรคคือรองและส่ง ดังนี้   

ตัวอย่างกลอนสุภาพ

ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์  มีคนรักรสถือยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะถูกผิดในมนุษย์เพราะพูดจา 

เรื่องที่ 4 การเลือกอ่านหนังสือและประโยชน์ของการอ่าน 

1. การเลือกอ่านหนังสือ

1.1.อ่านหนังสือตามความสนใจ หรือความต้องการซึ่งสามารถหาอ่านได้ที่ห้องสมุดประชาชน หรือศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หรือที่อื่น ๆ 

2.2. การเลือกอ่านหนังสือก่อนอื่นจะต้องดูที่สารบัญ   เพื่อดูเนื้อหาว่าตรงกับความสนใจ และต้องการอ่าน หรือไม่

2.3.อ่านเพื่อหาสาระไตร่ตรองกำหนดความต้องการให้อ่านรายชื่อหนังสือในหน้าบรรณานุกรม เพราะจะมีรายชื่อหนังสือที่ประกอบการเขียน ซึ่งจะมีเนื้อหาสาระใกล้เคียงกับสิ่งที่ต้องการ

          2.4. พิจารณาจากผูเขียน วุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ทําให้เชื่อมั่นได้ว่าเป็นหนังสือที่มีคุณภาพ 

          2.5. ดูจากชื่อหนังสือที่จะอ่าน นอกจากพิจารณาเนื้อหาสาระแล้วจะต้องดูคุณภาพการพิมพ์  ตัวหนังสือภาพประกอบ และราคาว่าเหมาะสมหรือไม่ 

2. ประโยชน์ของการอ่าน ประโยชน์ที่ได้ 

2.1. ได้รับความรู้ ความคิด และประสบการณ์ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ 

2.2. ได้รับความเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย 

2.3. ใช้เวลาวางให้มีประโยชน์ 

เรื่องที่ 5 มารยาทในการอ่านและสร้างนิสัยรักการอ่าน

1. มารยาทในการอ่าน

1.1. ไม่อ่านเสียงดังรบกวนผู้อื่น 

1.2. อ่านเสร็จแล้วควรเก็บหนังสือไว้ที่เดิม 

1.3. ไม่ควรอ่านเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น 

1.4. ไม่ขีดเขียนทำลายหนังสือที่เป็นสมบัติของส่วนรวม 

1.5. ไม่ชะโงกหน้าไปอ่านในขณะที่ผู้อื่นกำลังอ่าน 

2. การสร้างนิสัยรักการอ่าน

2.1. อ่านหนังสือที่ตนเองชอบ 

2.2. อ่านอย่างมีสมาธิ และจับใจความได้ 

2.3. อ่านหนังสือทุกครั้งที่ว่าง 

2.4. ควรมีหนังสือติดตัวเสมอเพื่ออ่านได้ทุกครั้งที่ต้องการ

2.5. ควรอ่านและจัดบันทึกข้อความคติที่ตนเองชอบ