บทที่ 4 การเขียน
เรื่องที่ 1 หลักการเขียนและความสำคัญของการเขียน
1. หลักการเขียน
1.1. ข้อความที่เขียนเรียบร้อยและสะอาด
1.2. มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เขียน
1.3. เขียนถูกต้องตามหลักภาษา และสะกดถูกต้อง
1.4. มีจุดมุ่งหมายในการเขียน
1.5. เขียนด้วยความรู้และความสามารถที่ถ่ายทอดความรู้ ความรู้สึก ตามความต้องการของตนได้
2. ความสำคัญของการเขียน
2.1. เป็นการสื่อสารที่จะแจ้งให้ผู้อื่น ได้ทำงาน หรือปฏิบัติตาม
2.2. เป็นการเผยแพร่ความรู้วิทยาการให้ผู้อื่น ได้ทราบและนำไปใช้ประโยชน์
2.3. เป็นการบันทึกสาระสำคัญเพื่อเป็นหลักฐานและนำไปใช้ประโยชน์
2.4. เป็นการเขียนที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ เช่น การเขียนข่าว และการเขียน นวนิยาย หรือการเขียนบทละคร เป็นต้น
เรื่องที่ 2 การเขียนภาษาไทย
1. พยัญชนะ ภาษาไทยมีพยัญชนะ 44 ตัว คือ
ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ศ
ษ ส ห ฬ อ ฮ
2.สระสระมี 21 รูปดังนี้
ะ เรียกว่า วิสรรชนีย์
ั เรียกว่า ไม้หนอากาศ
็ เรียกว่า ไม้ไต่คู้
า เรียกว่า ลากข้าง
ิเรียกว่า พินทุอิ
ุ เรียกว่า ต้นเหยียด
ู เรียกว่า ตีนคู้
่ เรียกว่าฝนทอง
ํ เรียกว่า นิคหิต,นฤคหิต
“ เรียกว่าฟันหนู
เ เรียกว่า ไม้หน้า
ใ เรียกว่า ไม้ม้วน
ไ เรียกว่า ไม้มลาย
โ เรียกว่า ไม้โอ
อ เรียกว่า ตัวออ
ย เรียกว่า ตัวยอ
ว เรียกว่า ตัววอ
ฤ เรียกว่า ตัวรึ
ฤา เรียกว่า ตัวรือ
ฦ เรียกว่า ตัวลึ
ฦา เรียกว่า ตัวลือ
3. วรรณยุกต มี 4 รูป
1. เรียกว่า ไมเอก
2. เรียกว่า ไมโท
3. เรียกว่า ไมตรี
4. เรียกว่า ไมจัตวา
4. เลขไทย
เป็นตัวอักษรที่ใช้แทนการนับ คือ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙
เรื่องที่ 3 การเขียนสะกดและประสมคำ
1. การเขียนสะกดคำการสะกดคำหมายถึง การออกเสียงจำแนกคำเพื่อให้ทราบส่วนประกอบของคำ
1.1 คำที่มีตัวสะกด เป็นคำที่ประสมด้วยพยัญชนะสระและพยัญชนะท้ายคำแบ่งเป็น 8 มาตรา
1.1.1 มาตราแม่กง คือพยางค์ที่มีตัวงสะกด เช่นจางบาง
1.1.2 มาตราแม่กม คือพยางค์ที่มีตัวมสะกด เช่นถมดม
1.1.3 มาตราแม่เกย คือพยางค์ที่มีตัวยสะกด เช่นเลยตาย
1.1.4 มาตราแม่เกอว คือพยางค์ที่มีตัววสะกด เช่นสาวเลวแจว
1.1.5 มาตราแม่กน คือพยางค์ที่มีตัวนสะกด เช่นกินนอน หรือที่ตัวอื่นที่
ทำหน้าที่และออกเสียงเหมือนนสะกด คือญ ณ รลฬ เช่นจรูญคูณขจรมูล และทมิฬ
1.1.6 มาตราแม่กก คือพยางค์ที่มีตัวกสะกด เช่นมากจาก หรือ
ตัวอื่นที่ทำหน้าที่และออกเสียงเหมือนมีกสะกดคือขคฆ เช่น สุขพรรคและเมฆ
1.1.7 มาตราแม่กด คือพยางค์ที่มีตวัดสะกด เช่นกดมดีหรือตัวอื่นที่ทำ
หน้าที่และออกเสียงเหมือนมีตวัดสะกด เช่นจชซฎฏฐฑฒตถทธศษ และส เช่นดุจราช
ก๊าซกฎนาฏศิลป์ รัฐครุฑวุฒิมารุตรถ บาทพุทธเพศเศษและรส
1.1.8 มาตราแม่กบ คือพยางค์ที่มีตัวบสะกด เช่นพบลบุหรือตัวอื่นที่ทำหน้าที่
และออกเสียงเหมือนมีตัวบสะกด เช่นปพภเช่น ทวีป ภาพยนตร์ โลภมากธูปเทียนนิพพาน
1.2 คำที่ไม่มีตัวสะกด เป็นคำที่ประสมด้วยพยัญชนะต้นสระหรือคำที่มีตัวสะกดในแม่ก
กา เช่นจะนำไป เป็นต้น
2. การประสมคำเป็นการสร้างคำโดยใช้พยัญชนะสระและวรรณยุกต์ คำพยัชนะสระตัวสะกดวรรณยุกต์
การอ่านออกเสียงสะกด เช่น
บาน อ่านว่า บอ- อา - นอ- บาน
งาม อ่านวางอ- อา - มอ-งาม
ร้าน อ่านว่า รอ- อา - นอ- ราน - โท - ร้าน
ลิ้น อ่านว่า ลอ- อิ - น - โท – ลิ้น
เรื่องที่ 4 การเขียนสื่อสาร
การเขียนสื่อสาร หมายถึง การเขียนที่ผู้อื่นอ่านแล้วได้ความตามจุดมุ่งหมายของผู้เขียน
ในระดับประถมศึกษานี้ ของผู้เรียน กศน.ควรจะเขียนสิ่งต่าง ๆเหล่านี้ได้
1. การเขียนประวัติตนเอง
การเขียนประวัติตนเองเป็นการเขียนข้อความเพื่อแสดงตนให้ผู้อื่นรู้จักรายละเอียด
เกี่ยวกับเจ้าของประวัติ หัวข้อหลัก ๆ ควรมีดังนี้
ประวัติตนเอง
ชื่อ....................................................นามสกุล............................................................................................
เกิดวันที่............เดือน ................................... พ.ศ. ................... อายุ .......................................................
สถานภาพสมรส.........................................................................................................................................
อาชีพ.........................................................................................................................................................
ที่อยูู่...........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
สถานที่ทำงาน
..................................................................................................................................................................
ประวัติการศึกษา
..................................................................................................................................................................
ประสบการณ์ในการทำงาน
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
ความรู้ความสามารถพิเศษ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. การเขียนบันทึกประจำวัน
การเขียนบันทึกประจำวัน เป็นการเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ทำ ที่พบุหรือที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่นในวันนั้น ๆ หลักการเขียนบันทึกประจำวัน ได้แก่
1. บันทึกเป็นประจำทุกวัน
2. บันทึกตามความเป็นจริง
3. เลือกบันทึกเฉพาะเรื่องสำคัญ หรือที่ต้องการจดจำ
4. ใช้ภาษา ถ้อยคำสั่งง่าย ๆ อย่างไม่เป็นทางการและข้อความกระชับ
5. อาจแทรกความรู้สึก และความคิดเห็นของผู้บันทึก
ตัวอย่างการเขียนบันทึกประจำวัน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 วันนี้ตื่นนอนตอนเช้า ต้องรีบไปทำงาน ที่ทำงานมีการประชุมเกี่ยวกับแผนการทำงานในเดือน
มีนาคม ตั้งแต่ เวลา 10.00 - 12.00 น. ตอนบ่ายทำงานที่ยังไม่เสร็จให้เสร็จ กลับบ้านและถึงบ้าน เวลา 18.30 น. รถติดมากถึงช้ากว่าทุกวัน เหนื่อยกับการเดินทางมาก
3. การเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับข่าวหรือเหตุการณ์
การเขียนเล่าเรื่องเป็นการเขียนจากประสบการณ์ตรงให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยมีหลักการเขียน ดังนี้
1. เขียนตามความจริง
2. ใช้ภาษาที่จะให้ผู้อื่นเข้าใจและละเอียดพอที่จะอ่านเข้าใจ
3. เขียนให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
4. อาจจะมีเนื้อหาสาระ แสดงความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ ได้
ตัวอย่างการเขียนเล่าเรื่อง
เหตุการณ์ที่ประทับใจ
เมื่อหยุดงานได้ไปเที่ยวทะเลที่จังหวัดระยอง เรียกว่า บ้านเพ ขณะที่นั่งเล่นริมชายหาด มีเด็กถูก
มอเตอร์ไซต์ชนจึงเดินไปดูเด็กได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย คงจะชนไม่แรง รถมอเตอร์ไซค์ขับเลยไปแล้ว ไม่ยอมหยุดูเลย คงคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก เราจึงพาเด็กไปส่งที่สถานีอนามัยที่อยู่ใกล้ ๆ เจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดบาดแผลและใส่ยาให้เราได้พาเด็กไปส่งที่บ้าน และเราก็กลับมานั่งชมทะเลที่บ้านเพต่อจนถึงบ่าย 4 โมงเย็น จึงกลับบ้าน วันนี้ได้ทำความดี เป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
เรื่องที่ 5 การเขียนตามรูปแบบ
การเขียนตามรูปแบบ เป็นการเขียนตามแบบที่กำหนด เช่น การเขียนเรียงความ
1. การเขียนเรียงความ
การเขียนเรียงความเป็นการแสดงออกทางความคิดและประสบการณ์ของผู้เขียนเพื่อให้ผู้อื่นทราบ ซึ่งมีรูปแบบในการเขียน
1. ชื่อเรื่องจะบอกเค้าโครงเรื่องได้ เช่น โรงเรียนของฉัน ชุมชนที่ฉันอยู่ เป็นต้น
2. การเขียนเรียงความจะมีองค์ประกอบอยู่ 3 ส่วน คือ
2.1. คำนำ เป็นการเริ่มต้นของเรียงความที่เป็นส่วนดึงดูดใจ ให้สนใจอ่านทั้งเรื่อง
2.2. เนื้อเรื่องเป็นเนื้อหาสาระของเรียงความทั้งเรื่อง จะต้องคิดโครงเรื่องก่อนจึงจะเขียนและเขียนรายละเอียดต่อไป
3. บทสรุป เป็นการสรุปแก่นของเรื่อง ไม่ควรจะยาวมาก
2. การย่อความ
การย่อความเป็นการสรุปใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านด้วยภาษาหรือสำนวนของตนเอง
หลักการย่อความ
1. ย่อความตามรูปแบบของการย่อความ
2. อ่านเรื่องที่จะย่อจนเข้าใจ
3. พิจารณาใจความสำคัญและนำมาเขียนนี้เป็นภาษาหรือสำนวนของตนเอง
4. รูปแบบของการย่อความจะมีคำนำ เพื่อเขียนที่มาเบื้องต้นของย่อความนั้น เช่น
ย่อความเรื่อง................................................ของ (ผู้แต่ง)...........................................................................
จากหนังสือ.............................................................ความว่า......................................................................
ย่อข่าวเรื่อง...................................................เขียนโดย................................................................................
จากหนังสือ........................................ ความว่า.........................................................................................
ย่อหน้าต่อมาจะเป็นใจความสำคัญจากการอ่าน.........................................................................................
3. การเขียนจดหมาย
จดหมายที่ผู้เรียนควรศึกษาในระดับประถมศึกษา คือการเขียนจดหมายกิจธุระ หลักการเขียนจดหมาย
1. เขียนให้สะอาดเรียบร้อย
2. อ่านและเข้าใจความประสงค์ชัดเจน
3. ใช้ภาษาสุภาพและถูกต้องตามหลักภาษา
4.ถูกต้องตามรูปแบบการเขียนจดหมาย
รูปแบบการเขียนจดหมายกิจธุระ
สถานที่...................................................
วัน..........เดือน.....................ปี................
เรื่อง ........................................................................
เรียน .......................................................................
(ข้อความ) .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................
คําลงท้าย ..............................................
ชื่อผู้เขียนจดหมาย .......................
เรื่องที่ 6 การเขียนรายงานการค้นคว้าและอ้างอิงความรู้
1. การเขียนรายงานการค้นคว้า
การเขียนรายงานเป็นการเขียนผลการศึกษาจากการค้นคว้า เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชาหรือผู้สอน หลักการเขียนรายงาน
1. ข้อมูลที่เขียนต้องเป็นความจริง
2. ข้อมูลใดที่นำมาจากผู้รู้อื่นต้องเขียนนี้เป็นเชิงอรรถและบรรณานุกรม
3. เขียนนี้เป็นทางการใช้ภาษาถูกต้อง และชัดเจน
ส่วนประกอบของรายงาน
1. ปกหน้า ประกอบด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน และนำเสนอผู้ใด
2. คำนำ เป็นความเรียงมี 3 ส่วน คือความเป็นมาและวัตถุประสงค์ สาระของรายงาน ประโยชน์ที่ได้รับและขอบคุณผู้มีส่วนช่วยเหลือ
3. สารบัญ
4. เนื้อหาสาระ
5. บรรณานุกรม
2 . การเขียนอ้างอิงความรู้
การเขียนอ้างอิงความรู้ หมายถึง การเขียนเชิงอรรถและบรรณานุกรม
1. เชิงอรรถ เชิงอรรถเป็นชื่อผู้เขียน ปีที่พิมพ์และเลขหน้าหนังสือที่นำไปใช้ประกอบการเขียน เช่น อุทัย ศิริศักดิ์ (2550, หน้า 16) การเขียน อ้างอิงแบบนี้จะไม่ได้เขียนชื่อหนังสือชื่อหนังสือจะเขียน ในหน้าบรรณานุกรม
2. บรรณานุกรม
บรรณานุกรม ประกอบด้วยรายชื่อหนังสือที่ใช้ประกอบการเขียน โดยจะต้องเขียนเรียงตามตัวอักษรชื่อผู้แต่ง โดยเขียนชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือชื่อสถานที่พิมพ์ ชื่อโรงพิมพ์และปีที่พิมพ์ เช่น
กนกอร ทองคำ. การใช้ภาษาไทย, กรุงเทพฯ : ไทยวิวัฒน์ , 2549.
ศิริอร ทองอำไพ. หลักการใช้ภาษา, นนทบุรี :ไทยเจริญ, 2550
เรื่องที่ 7 การเขียนกรอกรายการ
การกรอกรายการเป็นการกรอกแบบฟอร์มของหน่วยราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้กรอกเพื่อแสดงข้อมูลที่หน่วยงานนั้น ๆ ต้องการทราบ เช่น การกรอกใบสมัครเรียน การกรอกแบบฟอร์ม การติดตั้งโทรศัพท์ หรือการกรอกแบบฟอร์มการขอใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
หลักการกรอกแบบรายการ
1. อ่านข้อความในแบบรายการนั้น ๆ ให้เข้าใจก่อนจะเขียนข้อความ
2. เขียนให้ถูกต้องและสะอาด
3. กรอกข้อความตามความจริง
4. ใช้ถ้อยคำสั้น ๆ และกะทัดรัด
5. ปฏิบัติตามข้อบังคับุหรือคำแนะนำของแบบรายการนั้น ๆ
แบบรายการที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน
1. แบบฟอร์มธนาณัติ
2. แบบฟอร์มส่งพัสดุทางไปรษณีย์
3. แบบฟอร์มสมัครต่าง ๆ
4. แบบฟอร์มคำร้อง
5. แบบฟอร์มสัญญา
6. แบบฟอร์มฝากเงิน แบบฟอร์มถอนเงิน ของสถาบันการเงิน
เรื่องที่ 8 มารยาทในการเขียนและนิสัยรักการเขียน
1. มารยาทในการเขียน
1. เขียนถูกต้องและชัดเจนให้ผู้อื่นอ่านได้
2. เขียนเชิงสร้างสรรค์ ไม่เขียนเพื่อทำลาย หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
3. เขียนในสถานที่ควรเขียน ไม่เขียนในที่ไม่สมควร เช่น สถานที่สาธารณะ
4. เขียนทุกอย่างด้วยข้อมูลที่เป็นความจริง
5. ไม่ขีดีหรือเขียนข้อความในหนังสือเอกสารและอื่น ๆ ที่เป็นของประชาชนโดยรวม เช่น หนังสือในศูนย์การเรียนหรือห้องสมุด
2. นิสัยรักการเขียน
1. เริ่มต้นด้วยการเขียนสิ่งที่ง่าย และไม่ใช้เวลามาก
2. เขียนต่อเนื่องจากการเขียนครั้งแรก เช่น การเขียนบันทึกประจำวัน
3. เริ่มเขียนด้วยข้อความที่ง่ายและสั้น และกำหนดเวลากับตนเอง ให้พยายามเขียน ทุกวันตามระยะเวลาที่พอใจ จะทำให้เขียนได้โดยไม่เบื่อหน่าย