บทที่ 6
ภาษาไทยกับช่องทางการประกอบอาชีพ
เรื่องที่ 1 คุณค่าของภาษาไทย
ความหมายของภาษา
คำว่า “ภาษา” เป็นคำภาษาสันสฤต แปลตามรูปศัพท์หมายถึงคำพูดีหรือถ้อยคำภาษาเป็นเครื่องมือของมนุษย์ุที่ใช้ในการสื่อความหมายให้สามารถสื่อสารติดต่อทำความเข้าใจกันโดยมีระเบียบของคำและเสียงเป็นเครื่องกำหนด ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542ให้ความหมายของคำว่าภาษา คือเสียงหรือกี่ริยาอาการที่ทำความเข้าใจกันได้ คำพูดถ้อยคำที่ใช้พูดจากัน
ภาษา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
ภาษาที่เป็นถ้อยคำ เรียกว่า “วัจนภาษา” เป็นภาษาที่ใช้คำพูดโดยใช้เสียงที่เป็นถ้อยคำสร้างความเข้าใจกัน นอกจากนั้นยังมีตัวหนังสือที่ใช้แทนคำพูดตามหลักภาษาอีกด้วย
ภาษาที่ไม่เป็นถ้อยคำเรียกว่า “อวัจนภาษา” เป็นภาษาที่ใช้สิ่งอื่นนอกเหนือจากคำพูดและตัวหนังสือในการสื่อสาร เช่น การพยักหน้า การโค้งคำนับ การสบตา การแสดงออกบนใบหน้าที่แสดงออกถึงความเติมใจและไม่เต็มใจอวัจนภาษาจึงมีความสำคัญเพื่อให้วัจนภาษามีความชัดเจนสื่อสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจาท่าทางแล้วยังมีสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาใช้ในการสื่อสารสร้างความเข้าใจอีกด้วย
คุณค่าของภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นภาษาที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาช้านาน มากกว่า 700 ปีสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นราวปี พ.ศ. 1826 สมัยกรุงสุโขทัยชาติไทยจึงจัดเป็นชาติที่มีภาษาเป็นของตนเองมาเป็นระยะเวลายาวนาน และมีวิวัฒนาการทางภาษาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ภาษาไทยเป็นภาษาที่สุภาพไพเราะอ่อนหวาน และสิ่งที่สำคัญคือเปืนภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของมนุษย์ในชีวิตประจำวัน หากมีการพูดภาษาไทยให้ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะแล้ว จะแสดงถึงกริยามารยาทที่เรียบร้อย นอบน้อมมีสัมมาคารวะจะทำให้คนอื่นมีความรักใคร่ในตัวเรา
นอกจากนี้ ภาษาไทยยังมีคุณค่าในการดำรงชีวิตด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการติดต่อสื่อสารในการดำรงชีวิตการประกอบอาชีพ การสร้างสัมพันธ์ของคนในสงคม ด้านวัฒนธรรมประเพณี ด้านสงคมด้านศิลปะ และด้านการศึกษา นับว่าภาษาไทยมีคุณค่าในการเป็นเครื่องมือของการศึกษาหาความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆให้เยาวชนและประชาชนในชาติทุกคนได้เสาะแสวงหาความรู้ได้ตามความต้องการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ฉะนั้น เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะอย่างถูกต้องและเหมาะสมในการสื่อสารกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ รู้จักแสวงหาความรู้และประสบการณ์ รักการอ่าน การเขียนการพูดการบันทึกความรู้และข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าของภาษา และเห็นคุณค่าของบรรพบุรุษที่ได้สร้างสรรค์ผลงานไว้ ผู้เรียนควรที่จะรู้ซึ้งถึงคุณค่า ตลอดจนรักษ์และหวงแหนภาษาไทยเพื่อให้คงอยู่คู่กับคนไทยตลอดไป
เรื่องที่ 2 ภาษาไทยกับช่องางการประกอบอาชีพ
ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างผู้ส่งสาร (ผู้พูด ผู้เขียน) กับผู้รับสาร (ผู้ฟัง ผู้ดู ผู้อ่าน) ที่มนุษย์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็กที่เริ่มหัดพูด จนตลอดชีพเพื่อสื่อสารกับคนในสงคม ระดับการใช้ภาษายากง่าย ภาษาที่มีระบบระเบียบ มีหลักเกณฑ์การใช้ภาษาที่สลับซับซ้อน ตามระดับการศึกษา
ภาษาไทยมีความสำคัญในการสื่อสารและการดำรงชีวิตของคนไทยมาก ภาษาไทยยังมีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพด้วยอย่างยิ่งโดยสามารถจำแนกกลุ่มอาชีพได้ว่ากลุ่มอาชีพจะใช้ทักษะภาษาไทยด้านการฟัง กลุ่มอาชีพใดจะใช้ทักษะภาษาไทยด้านการพูด กลุ่มอาชีพใดจะต้องใช้ทักษะภาษาไทยด้านการอ่าน หรือกลุ่มอาชีพใดที่จะต้องใช้ทักษะภาษาไทยด้านการเขียน การที่จะใช้ทักษะทางภาษาด้านใดมากน้อยเพียงใดนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ล่ะอาชีพ ในที่นี่กลุ่มอาชีพต่าง ๆ ที่ใช้ทักษะภาษาไทยทั้ง 4 ทักษะดังนี้
กลุ่มอาชีพที่ใช้ทักษะการฟังและทักษะการพูด
- อาชีพพนักงานขายของ
- อาชีพพนักงานรับโทรศัพท์ / ให้ข้อมูลติดต่อสอบถาม
- อาชีพล่าม
กลุ่มอาชีพที่ใช้ทักษะการพูด
- อาชีพพิธีกร / ผู้ประกาศ
- อาชีพนักจัดรายการวิทยุ
- โทรทัศน์
กลุ่มอาชีพที่ใช้ทักษะการอ่านและทักษะการพูด
- อาชีพนักพากษ์
- อาชีพนักอ่านข่าว
-วิจารณ์ข่าว
กลุ่มอาชีพที่ใช้ทักษะการเขียน
- อาชีพนักเขียน
- อาชีพนักเขียนบทวิทยุ
- โทรทัศน์
เรื่องที่ 3 การเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ทางด้านภาษาไทยเพื่อการประกอบอาชีพ
จากการนำเสนอแนวทางของการนำความรู้ภาษาไทยไปเป็นช่องทางในการประกอบอาชีพประเภทต่าง ๆเช่นการพูดการเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ นักจัดรายการวิทยุโทรทัศนครู้สอนภาษาไทยกับประชาชนอาเซียน การเขียน นักเขียนข่าว เขียนบทละคร เขียนนิทานเขียนสารคดี แล้วนั้น เป็นเพียังจุดประกายให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ว่าการเรียนวิชาภาษาไทยมิใช่เรียนแล้วนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่การเรียนรู้วิชาภาษาไทยยังสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ทางด้านภาษาไทยไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเองได้ด้วยแต่การที่ผู้เรียนจะเป็นนักเขียน หรือนักพูดที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับของสังคม ผู้เรียนจะต้องแสวงหาความรู้ทักษะประสบการณ์เพิ่มเติมจากสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เป็นหลักสูตรเฉพาะเรื่องหรือหากผู้เรียนต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะมีสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เช่น คณะนิเทศศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ ฯลฯได้อีกทางเลือกหน่งหรือในขณะที่ผู้เรียนกำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และต้องการที่จะเรียนรู้วิชาภาษาไทยเพื่อต่อยอดไปสู่ช่องทางการ
ประกอบอาชีพได้จริง ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนวิชาเลือกตามหลักสูตรในระดับเดียวกันที่มีเนื้อหาเฉพาะเรื่องที่สนใจได้อีกทางเลือกหนึ่งด้วย
นอกจากที่ผู้เรียนจะเลือกวิธีการศึกษา หาความรู้เพิ่มเติม โดยวิธีศึกษาเป็นหลักสูตรสั้น ๆเฉพาะเรื่องหรือจะศึกษาต่อเฉพาะสาขาวิชาในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นก็ตาม แต่สิ่งสำคัญที่ผู้เรียน ควรปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง คือการฝึกฝนทักษะ ประสบการณ์ในการเขียน หรือการพูดอย่างสม่ำเสมอร่วมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มคนที่มีความสนใจในอาชีพเดียวกันด้วย