บทที่ 1 ศาสนา

ความหมายของศาสนา

          ความหมายของศาสนา “ศาสนา” คือลัทธิความเชื่อในหลักการกรรมวิธี การปฏิบัติตนเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุด ในชีวิตที่ศาสดาของแต่ละศาสนาสั่งสอน หรือบัญญัติไว้ สาเหตุการเกิดศาสนา ประการแรก เกิดจากความกลัวของมนุษย์เนื่องจากมนุษย์ไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ภัยพิบัติต่าง ๆ มนุษย์คิดว่า สิ่งเหล่านี้เกิดจากอำนาจของวิญญาณ และสิ่งศักดิ์  สิทธิ์ดลบันดาลให้เป็นไป มนุษย์จึงแสวงหาวิธีภักดีอ่อนน้อมให้อยู่ใต้อำนาจด้วยการแสดงออกต่าง ๆ น่านา เช่น การเคารพบูชา การเซ่นสังเวย การทำทุกรกริยาเพื่อให้สิ่งศักดิ์  สิทธิ์เห็นใจ ประการต่อมาเกิดจาก การค้นหาความจริงของธรรมชาติ โลกและชีวิต โดยไม่หวังพึ่งพิงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ เมื่อค้นหาความจริงพบแล้วจึงนำมาประกาศศาสนา เพื่อให้ชาวโลกรู้ตาม คือพระพุทธเจ้า เป็นต้น

พุทธประวัติ 

             ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประเภทอเทวนิยมคือไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าสร้างโลกสร้างมนุษย์  กำหนด โชคชะตามนุษย์แต่เชื่อว่าทุกอย่างเกิดมาได้เพราะมีเหตุทุกอย่างต้องอาศัยกันเป็นเหตุเป็นปัจจัยซึ่งกันและกันจะมีเพียงอย่างใดอย่างมิได้ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาใหญ่ศาสนาหนึ่งของโลกเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศไทย ศาสนาพุทธเกิดในชมพูทวีป ปัจจุบันนี้เป็นพื้นที่ของประเทศอินเดีย เนปาล ภูฏาน ปากีสถาน และบังกลาเทศ รวมกัน ศาสดาของศาสนาพุทธคือพระพุทธเจ้า ทรงมีพระนามเดิมว่า เจ้าชาย สิทธัตถะ กำเนิดในตระกูล กษัตริย์ในยุคที่ศาสนาฮินดูเจริญรุ่งเรื่องในชมพูทวีป พระองค์ประสูติ ณ ลุมพินีวัน แคว้นสักกะ เมืองกบิลพัสดุ์ (ปัจจุบันคือเมืองรมุมินเด ประเทศเนปาล) ทรงประสูติในวันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอก่อน พุทธศักราช 80 ปี เมื่อประสูติได้ 7 วัน พระราชมารดา คือพระนางสิริมหามายาจึงสิ้นพระชนม์  พระราช บิดาของพระองค์  คือพระเจ้าสุทโธทนะจึงให้พระเจ้าน้าคือพระนางประชาบดีโคตมีเป็นผู้เลี้ยงดูพระเจ้าสุทโธทนะได้เชิญพราหมณ์มาทำนายลักษณะพระโอรส พราหมณ์ได้พยากรณ์พระราชุกมารว่า “ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลกัถ้าทรงเป็นฆราวาสจะได้เป็นพระจักรพรรดิ” ดังนั้นพระเจ้า สุทโธทนะจึงปรารถนาจะให้เจ้าชายสิทธัตถะเพลิดเพลินในความสุขทางโลกเพื่อจะได้ให้เจ้าชายสิทธัตถะ เป็นพระจักรพรรดิ พระราชบิดาทรงสร้างปราสาที่ทงดงาม 3 หลัง ให้ประทับแต่ละฤดูและให้ศึกษาเล่า เรียนศิลปวิทยากับสำนักอาจารย์วิศวามิตร พระองค์ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางพิมพ์า ถึงแม้พระราช บิดาจะหาสิ่งอำนวยความสุข ความสะดวกสบายให้พระองค์แต่เจ้าชายสิทธัตถะก็มิได้เพลิดเพลินกับความสุขทางโลกเมื่อพระองค์เสด็จออกนอกพระราชวัง พระองค์ทอดพระเนตรเห็นการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย เป็นความทุกข์      พระองค์ทรงครุ่นคิดแสวงหาทางให้มนุษย์พ้นทุกข์      และเห็นว่าการหนีทุกข์  ในโลกด้วยการบรรพชา

               สัจธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ คือทรงค้นพบปุปเพนิวาสญาณ คืออดีตชาติของพระองค์  ทรงค้นพบจตูปปาตญาณ คือการกำเนิดของสัตว์โลกและอาสวักญาณ คือการกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นไป เพื่อจะ ปฏิบัติตนให้พ้นทุกข์ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด คืออริยสัจสี่เป็นความจริงอันประเสริฐ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ของพระพุทธศาสนา คือ

                ทุกข์  คือปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นในชีวิต ได้แก่ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ 

                สมุทัย คือสาเหตุแห่งปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต 

                นิโรธ คือความจริงว่าด้วยการดับทุกข์การละต้นเหตุของความทุกข์      

                มรรค คือความจริงว่าด้วยแนวทางแห่งความดับทุกข์

หลักธรรมของศาสนาพุทธ

                พระธรรมในศาสนาพุทธ กำหนดไว้ในพระไตรปิฎกมีอยู่ 3 ตะกร้ากล่าวคือคำสอนของ พระพุทธเจ้าในอดีตจารึกไว้ในสมุดข่อย และใบลานแยกไว้ 3 หมวดหมู่คือ

              1. พระสุตตันตปิฎก เป็นคัมภีร์ที่รวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าในโอกาสต่าง ๆ มีชาดกประกอบ เช่น สุภชาดกที่ 5 โทษของการไม่รู้ประมาณ ความสรุปว่า เมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตะวันทรงปรารภถึงภิกษุรูปหนึ่งที่มรณภาพเพราะฉันมากเกินไปจนอาหารไม่ย่อย พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าแม้ในกาลก่อนภิกษุนี้ก็ตายเพราะบริโภคมาก 

             2. พระวินัยปิฎก เป็นธรรมที่เกี่ยวกับระเบียบกฎเกณฑ์ความประพฤติของพระสงฆ์  ซึ่ง พระพุทธเจ้า กำหนดไว้มีทั้งหมด 227 ข้อ พระพุทธเจ้าจะทรงกำหนดขึ้นเมือมีเหตุการณ์ที่พระสงฆ์ไม่ควรประพฤติปฏิบัติ 

             3. พระอภิธรรมปิฎกรวบรวมคัมภีร์ที่รวบรวมเกี่ยวกับหลักธรรมหรือข้อธรรมล้วน ๆ คำสั่ง สอนว่า

เป็นพระสูตรต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้า ตัวอย่างคือธัมมจักกัปวัตนสูตร ซึ่งกล่าวถึงมรรค 8 ซึ่งเป็นทางปฏิบัติให้ไกลจากกิเลส อย่างไรก็ตาม ชาวพุทธควรศึกษาธรรมะเพื่อเข้าใจและนำมาประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องที่สำคัญๆ

               โอวาทปาติโมกข์   พระพุทธองค์ทรงประกาศหัวใจของศาสนาพุทธในวันมาฆบูชาเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเป็นวันมหัศจรรย์คือพระสงฆ์ 1,250รูปแล้วนี้เป็นพระอรหันต์มาประชุมโดยมิได้นัดหมายพระสงฆ์ 

 เหล่านี้ล้วนี้เป็นผู้ที่พระพุธเจ้าโปรดประทานบวชให้ด้วยพระองค์เองด้วยวิธเอหิภิกขุอุปสัมปทาและเป็นวันที่พระจันทร์เสวยฤกษ์เต็มดวง พระพุทธเจ้าทรงประกาศหัวใจของศาสนา พุทธไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์มีอยู่ 3 ข้อคือ

                      1. การไม่ทำบาปอกุศลทั้งปวง คือไม่ทำชั่ว 

                      2. การทำบุญกุศล คือให้ทำความดี 

                      3. การทำจิตให้ผ่องใสไกลจากความเศร้าหมองของกิเลส

               เบญจศีล ศีล 5 เป็นข้อพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติตนของชาวพุทธ คือ

                       1. ละเว้นการฆ่าสังหาร ไม่ประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกาย 

                       2. ละเว้นการลักขโมย เบียดบง แย่งชิง ไม่ประทุษร้ายต่อทรัพย์สินผู้อื่น 

                       3. ละเว้นการประพฤติผิดในกาม ไม่ประทุษร้ายต่อของรักของหวงแหนอันเป็นการทำลาย เกียรติภูมิและจิตใจของผู้อื่น เช่น บุตรภริยาญาติมิตร 

                       4. ละเว้นจากการพูดเท็จโกหกหลอกลวง พูดเพ้อเจ้อไร้สาระพูดคำหยาบคาย 

                       5. เว้นจากสุราเมรัย ไม่เสพเครื่องดองของมึนเมา สิ่งเสพติดอันเป็นเหตุให้เกิดความประมาทมัวเมาก่อความเสียหายผิดพลาดเพราะขาดสติอันเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุแม้อย่างน้อยก็เป็นผู้คุกคามต่อความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยของผู้เข้าร่วมสังคม

               เบญจธรรม 5 ประการเป็นหลักธรรมที่คนทั่วไปควรปฏิบัติ มี 5 ประการดังนี้   

                   1. เมตตา,กรุณา- ซึ่งเป็นธรรมะคู่กันและสนับสนุนศีลห้า-ข้อแรก (ฆ่าสัตว์  - เบียดเบียน) 

                   2. สัมมาอาชีวะ -คู่และสนับสนุนศีลข้อสอง (ลักทรัพย์ ฉ้อโกง) 

                   3.กามสังวรหมายถึงการสารวมระวังในความต้องการ-คู่กับศีลข้อสาม (การข่มเหงน้ำใจกัน)   

                  4. สัจจะความจริงใจ -คู่กับศีลข้อสี่ (โกหก)

                   5. สติสัมปชัญญะ -คู่กับศีลข้อห้า (ทำให้ตนเองขาดสติ)

              พรหมวิหาร 4 เป็นหลักธรรมประจำใจเพื่อให้ตนดำรงชีวิตได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์เฉกเช่นพรหมประกอบด้วยหลักปฏิบัติ 4 ประการคือ

                   1. เมตตาความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นมีความสุข 

                   2. กรุณาความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์      

                   3. มุทิตาความยินดีที่ผู้อื่นมีความสุขในทางที่เป็นกุศล 

                 4. อุเบกขา การวางจิตเป็นกลาง การมีเมตตา กรุณา มุทิตา เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าตนไม่สามารถ ช่วยเหลือผู้นั้นได้จิตตนจะเป็นทุกข์      ดังนั้นตนจึงควรวางอุเบกขาทำใจให้เป็นกลางและพิจารณาว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมที่ได้เคยกระทำไว้จะดีหรือชั่วกตาม กรรมนั้น ย่อมส่งผลอย่างยุติธรรมตามที่เขาผู้นั้นได้เคยกระทำไว้

                 ฆราวาสธรรม ประกอบด้วย 2 คำ “ฆราวาส” แปลว่าผู้ดำเนินชีวิตในทางโลก,ผู้ครองเรือนและ“ธรรม” แปลว่า ความถูกต้อง, ความดีงาม, นิสัยที่ดีงาม, คุณสมบัติ,ข้อปฏิบัติ