บทที่ 2
การทำแผนธุรกิจเพื่อการพัฒนาอาชีพ
การวิเคราะห์ชุมชน
การวิเคราะห์ชุมชน หมายถึงการนำเอาข้อมูลทั่วไปของชุมชนที่เราอาศัยอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นหมู่บ้าน ตำบล หรืออำเภอก็ได้ขึ้นอยู่กับการกำหนดขอบเขตของชุมชนว่าจะนำข้อมูลของ ชุมชนในระดับใดมาพิจารณา โดยการจำแนกข้อมูลด้านต่าง ๆเพื่อให้ทราบถึงประเด็นปัญหา และความต้องการที่แท้จริงของชุมชน เพื่อจะนำมากำหนดแนวทางการพัฒนาอาชีพให้ตอบสนองตรงกับความต้องการของคนในชุมชน
“จุดแข็ง” และ“จุดอ่อน” ในการวิเคราะห์ชุมชน
จุดแข็ง คือ การวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายในองค์กร สิ่งแวดล้อมใดมีศักยภาพ มีคุณภาพ ถือว่าเป็นจุดแข็ง เช่น ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี เป็นต้น
จุดอ่อน คือการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายในองค์กร สิ่งแวดล้อมใดที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความเสียหายให้องค์กรถือว่าเป็นจุดอ่อน เช่น บุคลากรขาดความชำนาญในการผลิต สินค้า เป็นต้น
ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละพื้นที่สิ่งต่าง ๆ(สิ่งแวดล้อม) ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้เช่น บรรยากาศ ดิน น้ำป่าไม้ทุ่งหญ้า สัตว์ป่า แร่ธาตุ พลังงาน และกำลังแรงงานมนุษย์ เป็นต้น
ศักยภาพของพื้นที่ตามหลักภูมิอากาศ ลักษณะของลมฟ้าอากาศที่มีอยู่ประจำท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง
ศักยภาพของภูมิประเทศและทำเลที่ตั้งของแต่ละพื้นที่ลักษณะของพื้นที่และทำเลที่ตั้งในแต่ละจังหวัดซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันเช่นี้เป็นภูเขา ที่ราบสูงที่ราบลุ่ม ที่ราบชายฝั่งสิ่งที่เราต้องศึกษาเกี่ยวกับลักษณะภูมิประเทศ ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่สภาพภูมิประเทศภูมิอากาศและทรัพยากรธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละภาค จึงมีความแตกต่างกันในการดำรงชีวิตของประชากรทั้งด้านวัฒนธรรมประเพณีและการประกอบอาชีพ สังคมไทยเป็นสงคมเกษตรกรรม (agrarian society) กล่าวคือ ประชากรร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และระบบการเกษตรกรรมนี้เองเป็นที่มาของวัฒนธรรมไทยหลายประการเช่น ประเพณีขอฝน ประเพณีลงแขก และการละเล่นเต้นการำ เคียว เป็นต้น
ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพื้นที่เป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลในแต่ละพื้นที่มาใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างให้แต่ละบุคคลเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์การตลอดจนเกิดความตระหนัก ในคุณค่าของตนเองเพื่อนร่วมงาน และองค์การเมื่อพิจารณาถึงทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะภูมิปัญญาไทย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบไปด้วย 5 ส่วนดังนี้
ส่วนที่ 1. กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตด้งเดิมของสงคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา
ส่วนที่ 2. คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
ส่วนที่ 3. คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ ดังนี้
- ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่ เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
- ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
-การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
ส่วนที่ 4. เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน 2 เงื่อนไขดังนี้
เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ด้านความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมีาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียรใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
ส่วนที่ 5. แนวทางปฏิบัติ / ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือการพัฒนาทีสมดุล และยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้ และเทคโนโลยี