บทที่ 2
การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล
สังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านข่าวสาร เศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน การพิจารณาตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือประกอบอาชีพ จำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน นำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาแนวโน้ม
เรื่องที่ 1 การจัดเก็บข้อมูล
การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่ให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ต้องการมีความหมายรวมทั้งการเก็บข้อมูลขึ้นมาใหม่ และการรวบรวมข้อมูลจากผู้อื่นที่ได้เก็บไว้แล้ว หรือได้รายงานไว้ในเอกสารต่าง ๆ เพื่อนำมาศึกษาต่อไปตัวอย่าง เช่น เมื่อต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเรื่องอาชีพและรายได้ครัวเรือนของคนในหมู่บ้าน อาจเริ่มต้นด้วยการออกแบบสอบถามสำหรับการไปสำรวจข้อมูล เพื่อให้ครอบครัวต่างๆ ในหมู่บ้านกรอกข้อมูล มีการส่งแบบสอบถามไปยังผู้กรอกข้อมูลเพื่อทำการกรอกรายละเอียด มีการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลมีเทคนิคและวิธีการหลายวิธี ดังนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูลจากรายงาน (Reporting System) เป็นผลพลอยได้จากระบบการบริหารงาน เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากรายงานที่ทำไว้หรือจากเอกสารประกอบการทำงาน
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลจากทะเบียน (Registration) เป็นข้อมูลสถิติที่รวบรวมจากระบบทะเบียน มีลักษณะคล้ายกับการรวบรวมจากรายงานตรงที่เป็นผลพลอยได้เช่นเดียวกัน จะต่างกันตรงที่ แหล่งเบื้องต้นของข้อมูลเป็นเอกสารการทะเบียนซึ่งการเก็บมีลักษณะต่อเนื่อง มีการปรับแก้หรือเปลี่ยนแปลง ให้ถูกต้องทันสมัย
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีสำมะโน ( Census )เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติของทุกๆ หน่วยของประชากรที่สนใจศึกษาภายในพื้นที่ที่กำหนด และภายในระยะเวลาที่กำหนด การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติด้วยวิธีนี้ จะทำให้ได้ข้อมูลในระดับพื้นที่ย่อย เช่น หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ
4. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีสำรวจ (Sample Survey) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติ จากบางหน่วยของประชากรด้วยวิธีการเลือกตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติด้วยวิธีนี้ จะทำให้ได้ข้อมูลในระดับรวม เช่น จังหวัด ภาค เขตการปกครอง และรวมทั่วประเทศ
5. วิธีการสังเกตการณ์ (Observation) เป็นวิธีเก็บข้อมูลโดยการสังเกตโดยตรงจากปฏิกิริยา ท่าทาง หรือเหตุการณ์ หรือปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นในขณะใดขณะหนึ่ง
6. วิธีการบันทึกข้อมูลจากการวัดหรือนับ วิธีนี้จะมีอุปกรณ์เพื่อใช้ในการวัดหรือนับตามความจำเป็นและความเหมาะสม เช่น การนับจำนวนรถยนต์ที่แล่นผ่านที่จุดใดจุดหนึ่ง ก็อาจใช้เครื่องนับโดยให้รถแล่นผ่านเครื่องนับ หรือ การเก็บข้อมูลจำนวนผู้มาใช้บริการในห้องสมุดประชาชน ก็ใช้เครื่องนับเมื่อมีคนเดินผ่านเครื่อง เป็นต้น
เรื่องที่ 2 การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นขั้นตอนการนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลและทำการวิเคราะห์โดย เลือกค่าสถิติที่นำมาใช้ให้เหมาะสม ค่าสถิติที่นิยมใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่
1. ยอดรวม (Total) คือ การนำข้อมูลสถิติมารวมกันเป็นผลรวมทั้งหมด เช่น จำนวนนักศึกษา กศน. ระดับมัธยมศึกษาตอนด้นในจังหวัดตราด จำนวนประชากรทั้งหมดในจังหวัดระยอง จำนวนคนที่ เป็นไข้เลือดออกในภาคตะวันออก จำนวนคนว่างงานทั้งประเทศ เป็นต้น
2. ค่าเฉลี่ย (Average, Mean) หมายถึง ค่าเฉลี่ยซึ่งเถิดจากข้อมูลของผลรวมทั้งหมดหารด้วย จำนวนรายการของข้อมูล เช่น การวัดส่วนสูงของนักศึกษา กศน.ตำบลจันทิมา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 10 คน วัดได้เป็นเซนติเมตร มีดังนี้
|
คนที่ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
|
ส่วนสูง |
155 |
165 |
152 |
170 |
163 |
158 |
160 |
168 |
167 |
171 |
ส่วนสูงโดยเฉลี่ยของนักศึกษา กศน.ตำบลจันทิมา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คือ
|
155 + 165 + 152 + 170 + 163 + 158 + 160 + 168 + 167 + 171 |
10
1629
10
= 162.9 เซนติเมตร
3. สัดส่วน (Proportion) คือความสัมพันธ์ของจำนวนย่อยกับจำนวนรวมทั้งหมดโดยให้ลือว่า จำนวนรวมทั้งหมดเป็น 1 ส่วน เช่น การสำรวจการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษา กศน. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 500 คน, ลงทะเบียนเรียนในหมวดวิชาภาษาไทย จำนวน 300 คน ลงทะเบียนเรียนในหมวดวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 200 คน ดังนั้น สัดส่วนของนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน
ในหมวดวิชาภาษาไทย = 300 = 0.60
500
และสัดส่วนของนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน
ในหมวดวิชาภาษาอังกฤษ = 200 หรือ 1 – 0.60 = 0.40
500
4. ร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ (Percentage or Percent) คือ สัดส่วน เมื่อเทียบต่อ 100 สามารถคำนวณได้ โดยนำ 100 ไปคูณสัดส่วนที่ต้องการหาผลลัพธ์ก็จะออกมาเป็นร้อยละ หรือเปอร์เซ็นต์
ตัวอย่าง ใน กศน. อำเภอแห่งหนึ่ง มีนักศึกษาทั้งหมด 650 คน แยกเป็นนักศึกษาระดับ ประถมศึกษา จำนวน 118 คน นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 250 คน และนักศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 282 คน เราจะหาร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ของนักศึกษาแต่ละระดับได้ดังนี้
เรื่องที่ 3 การนำเสนอข้อมูล
การนำเสนอข้อมูล (Presentation of Data)
1. การนำเสนอข้อมูลอย่างไม่เป็นแบบแผน
โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 วิธี คือ การนำเสนอข้อมูลอย่างไม่เป็นแบบแผน และการนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นแบบแผน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
การนำเสนอข้อมูลอย่างไม่เป็นแบบแผน หมายถึง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ต้องถูกกฎเกณฑ์และแบบแผนอะไรมากนัก นิยมใช้ 2 วิธี คือ
1.1 การนำเสนอข้อมูลในรูปข้อความ เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยการบรรยายเกี่ยวกับข้อมูลนั้น ๆ
1.2 การนำเสนอข้อมูลในรูปข้อความกึ่งตาราง เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยการ
แยกข้อความและตัวเลขออกจากกัน เพื่อได้เปรียบเทียบความแตกต่างของข้อมูลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
2. การนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นแบบแผน
การนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นแบบแผน เป็นการนำเสนอที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน ตัวอย่างการนำเสนอแบบนี้ เช่น การนำเสนอในรูปตาราง กราฟ และแผนภูมิ เป็นต้น
2.1 การนำเสนอในรูปตาราง (Tabular Presentation)
2.2 การนำเสนอด้วยกราฟเส้น (Line graph)
2.3 การนำเสนอด้วยแผนภูมิแท่ง (Bar Chart)
2.4 การนำเสนอด้วยรูปแผนภูมิวงกลม (Pie Chart)