บทที่ 2 ดนตรีสากล
เรื่องคุณค่าความไพเราะของเพลงสากลดนตรีเป็นสื่อสุนทรียศาสตร์ที่มีความละเอียด ประณีต มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์ ทั้งทางกาย และทางจิต เมื่อเราได้ยินเสียงดนตรีที่มีความสงบ ก็จะทำให้จิตสงบ อารมณ์ดี หากได้ยินเสียงเพลิงที่ให้ความบันเทิงใจ ก็จะเกิดอารมณ์ที่สดใส ทั้งนี้เพราะดนตรีเป็นสื่อสุนทรีย์ที่สร้างความสุข ความบันเทิงใจให้แก่มนุษย์ เป็นเครื่องบำบัดความเครียด สร้างสมาธิ กล่อมเกลาจิตใจให้สุขุม เยือกเย็น อารมณ์ดี โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาหรือเสียเงินซื้อหาแต่อย่างใด ดนตรีจึงมีคุณค่าต่อมนุษย์มากมาย ดังเช่น เสาวนีย์ สังฆโสภณ กล่าววาจากงานวิจัยของ ต่างประเทศ ทำให้เราทราบว่า ดนตรีมีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ และสภาพจิตใจ ทำให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ทำให้เกิดสติ ความรู้สึกนึกคิดที่ดี และนำมาใช้ใน เรื่องการคลายความเครียัด ลดความวิตกกังวล ลดความกลัว บรรเทาอาการเจ็บปวด เพิ่มกำลัง และการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยนิยมใช้ในงานฟั่นฟูสุขภาพคนทั่วไป พัฒนาคุณภาพชีวิต ฟั่นฟูสมรรถภาพคนพิการผู้ป่วยโรคจิต และเด็กมีความต้องการเป็นพิเศษ เพราะดนตรีเป็นศิลปะที่อาศัยเสียงเพื่อการถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่ ผู้ฟัง เป็นศิลปะที่ง่ายต่อการสัมผัส ก่อให้เกิดความสุข ความปิติพอใจแก่มนุษย์ได้ กล่าวว่า ดนตรีเป็นภาษาสากล เพราะเป็นสื่อความรู้สึกของชนทุกชาติได้ ดังนั้น คนที่โชคดีมีประสาท รับฟังเป็นปกติ ก็สามารถหาความสุขจากการฟังดนตรีได้ เมื่อเราได้ฟังเพลิงที่มีจังหวะ และทำนองที่ราบเรียบนุ่มนวล จะทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียด ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราได้ฟังดนตรี ที่เลือกสรรแล้ว จะช่วย ทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ดี อันมีผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ดนตรีจึงเปรียบเสมือน ยารักษาโรค การที่มีเสียงดนตรี รอบบ้าน เปรียบเสมือนมีอาหารและวิตามิน ที่ช่วยทำให้คนเรามีสุขภาพแข็งแรง คุณประโยชน์ของดนตรีที่มีต่อมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะกล่าวถึงดนตรีมีผลต่อสภาวะทางร่างกาย แต่ความเป็นจริงแล้ว ดนตรีเป็นเรื่องของ “จิต” แล้วส่งผลดีมาสู่ “กาย” ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไร ที่เรามักจะได้ยิน ว่า ดนตรีช่วยกล่อมเกลาจิตใจ ทำให้คนอารมณ์ดี ไม่เครียด คลายปวด ฯลฯ เพราะดนตรีเป็นสื่อสุนทรียะ ที่ถ่ายทอดโดยใช้เสียงดนตรีเป็นสื่อสุดท้ายของการบรรยายเรื่อง “สุนทรียศาสตร์ ทางดนตรี” จึงสรุปเป็นข้อคิด จากการศึกษาในเรื่องของความงามในเสียงดนตรี ผู้เสพ ควรเลือกว่าจะเสพเพียงแค่ “เป็นผู้เสพ” หรือจะเป็น “ผู้ได้รับประโยชน์จากการเสพ” เพราะดนตรีนั้นงามโดยใช้เสียงเป็นสื่อ แต่ขั้นตอนสำคัญในการถ่ายทอดคือนักดนตรีถ่ายทอดโดยใช้ “จิต” ผู้ฟังรับสื่อโดยใช้ “จิต” เป็นตัวรับรรับสัมผัสอารมณ์ต่าง ๆ ผลจากการรับสัมผัส ด้วยจิตนั้น เพลงที่สงบ ราบเรียบ จิตก็จะว่าง (สูญญตา) ทำให้จิตขณะนั้นปราศจาก “กิเลส” ผู้ฟังจึงรู้สึกสบายใจ คลายความวิตกกังวล คลายความเศร้า คลายความเจ็บปวด ผู้ฟังเกิดสมาธิ จึงเป็นผลให้สมองทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ