พิมพ์
หมวดหลัก: สาระความรู้พื้นฐาน ม.ปลาย
หมวด: พท31001 ภาษาไทย
ฮิต: 698

บทที่ 3

การอ่าน

เรื่องที่ 1 ความสำคัญของการอ่าน

  1. การอ่านช่วยให้ผู้อ่านได้รับสาระความรู้และข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อ่าน พัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติได้

  2. การอ่านช่วยให้ความเพลิดเพลินได้รับความสุข เกิดความคิดและจินตนาการการอ่านจึงเป็นการพักผ่อนและคลายเครียดได้ดี

  3. การอ่านช่วยให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์มีความสุขสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนและสังคมเพิ่มมากขึ้น เพราะการอ่านจะช่วยสร้างความคิดประสบการณ์ให้โลกทัศน์ กว้างขวางขึ้นมีความเข้าใจอันดีระหว่างคนในสงคม

 

เรื่องที่ 2 วิจารณ์ญาณในการอ่าน

  วิจารณ์ญาณในการอ่าน คือการอ่านอย่างใช้สติปัญญาไตร่ตรอง รู้จักนำประสบการณ์ ความรู้และเหตุผลมาประกอบในการตัดสินใจและสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องตามความเหมาะสม

  ลักษณะของการอ่านอย่างมีวิจารณ์ญาณต้องสรุปให้ได้ว่าสิ่งใดเป็นใจความสำคัญ สิ่งใดเป็นพลความหรือใจความประกอบและเข้าใจว่าข้อความใดเป็นข้อเท็จจริง ข้อความใดเป็นความคิดเห็น ตลอดจนสามารถประเมินค่างานเขียนที่อ่านได้ว่ามีคุณค่าด้านใด มีแง่คิดอะไร และสามารถนำความรู้ความคิดนั้นมีาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

ขั้นตอนการอ่านอย่างมีวิจารณ์ญาณ

  1. อ่านให้เข้าใจตลอดเรื่อง

  2. วิเคราะหว่าเรื่องที่อ่านั้นนมีสาระสำคัญอะไร อะไรเป็นข้อคิดเห็น อะไรเป็นข้อเท็จจริง เจตนาของเรื่องคืออะไร และมีประโยชน์ด้านใดบ้าง

  3. ประเมินค่า เมื่อวิเคราะห์แล้วว่าเรื่องที่อ่านั้นนมีคุณค่าด้านใดและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับใครด้านใดและอย่างไรต่อไป

  4. นำเรื่องที่อ่านไปใช้ เมื่อวิเคราะห์และประเมินค่าได้แล้วนาสาระสำคัญที่ได้จากเรื่องไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชนและสังคมอย่างเหมาะสม

 

เรื่องที่ 3 การอ่านแปลความตีความขยายความจับใจความหรือสรุปความ

การอ่านแปลความหมายถึง การแปลงจากคำเดิมเป็นคำใหม่ที่ยังคงความหมายและสาระสำคัญของเนื้อหาเดิมไว้อย่างครบถ้วน การแปลความที่นิยมกันมากที่สุดคือการถอดคำประพันธุ์จากภาษาร้อยกร้องเป็นภาษาร้อยแก้ว การอ่านตีความแตกต่างจากการแปลความคือการแปลความนั้น  เป็นการแปลคำต่อคำในขณะที่การตีความมีการแปลความถอดความและตีความคำ ทั้งความหมายตรงและความหมายโดยนัย ให้ตรงตามเจตนาของผู้เขียนไว้ด้วย

ลักษณะของการตีความที่ดี

  1. เข้าใจความรู้ ความคิดพื้นฐานของผู้เขียน

  2. มีความรู้ ความเข้าใจสภาพหรือบริบทของสงคมตามยุคสมัยทั้งานเขียนสร้างขึ้นว่ามีพื้นฐาน หรือสภาพของสงคมในช่วงนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร

  3. ควรอ่านงานเขียนที่จะตีความนั้นหลาย ๆ ครั้ง เพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้ทั้งหมดจะทำให้การตีความได้อย่างชัดเจนครบถ้วน

  4. การอ่านตีความที่ดีไม่ควรยึดถือว่าการตีความของตนเองถูกต้องเสมอการอ่านขยายความเป็นการอธิบายเพิ่มเติม จากการตีความให้กว้างขวาง ครอบคลุมเนื้อหาให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ลักษณะของการอ่านขยายความได้แก่ การขยายความ ได้แก่ การขยายความสำนวน พังเพย สุภาษิต คำขวัญ   เป็นต้น

การอ่านจับใจความหรือสรุปความ

ใจความสำคัญ คือสาระเนื้อหาหลักของเรื่องที่อ่านทั้งหมดหรือที่เรียกว่าแก่นของเรื่องหัวใจของเรื่องหรือความคิดหลักของเรื่องในแต่ละย่อหน้าของเรื่องที่อ่านจะมีใจความสำคัญของเรื่องเพียงใจความเดียว ซึ่งส่วนใหญ่จะปรากฏในประโยคแรกของย่อหน้า รองลงมาคือประโยคสุดท้ายของย่อหน้ามิเพียงส่วนน้อยที่ประโยคใจความสำคัญจะอยู่ตอนกลางของย่อหน้า

การอ่านและพิจารณานวนิยาย นวนิยายจัดเป็นวรรณกรรมปัจจุบันประเภทร้อยแก้ว นวนิยายแบ่งตามเนื้อหาในการนำเสนอได้ 6 ประเภท คือ

1. นวนิยายอิงประวัติศาสตร์  เช่น สี่แผ่นดิน คู่กรรม รัตนโกสินิทร

2. นวนิยายวิทยาศาสตร์  เช่น กาเหว่าที่บางเพลิง มนุษย์พระจันทร มนุษย์ล่องหน

3. นวนิยายลึกลับ ฆาตกรรม นักสืบ สายลับ เช่น เชอร์ลอกโฮม มฤตยูยอดรัก นวลฉวี

  4. นวนิยายเกี่ยวกับภูตผีปีศาจ เช่น แม่นาคพระโขนง กระสือศีรษะมาร

  5. นวนิยายเกี่ยวกับการเมืองเช่น ไผ่แดง สารวัตรใหญ่ ฟ้าเปลี่ยนสี

  6. นวนิยายด้านสังคมศาสตร์  เช่น เมียน้อย ทองเนื้อเก้า แรงเงา

 

เรื่องที่ 4 มารยาทและนิสัยรักการอ่าน

มารยาทในการอ่าน มีดังนี้   

1. ไม่ควรอ่านเอกสารที่เป็นส่วนตัวของ บุคคลอื่น อาทิ สมุดบันทึก จดหมายส่วนตัว

2. ในขณะที่ผู้อื่นกำลังอ่านหนังสืออยู่ไม่ควรชะโงกหน้าไปอ่านหนังสือฉบับเดียวกันจากด้านหลังหรือด้านข้าง เพราะจะทำให้ผู้ที่กำลังอ่านอยู่นั้นเกิดความอึดอัดรำคาญได้

3. ใช้การอ่านในใจในขณะที่มีผู้อื่นอยู่ด้วยในสถานที่นั้นเพราะผู้อื่นที่อยู่ด้วยอาจต้องการความสงบ

4. ไม่อ่านในลักษณะที่เป็นการล้อเลียนผู้อื่น

5. ไม่ถือวิสาสะหยิบหนังสือหรือเอกสารของ บุคคลอื่นมาอ่านโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

6. ไม่อ่านหนังสือในขณะนั่งประชุมหรืออยู่ในวงสนทนาโดยหนังสือหรือเอกสารนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการประชุมหรือเรื่องที่กำลังสนทนา

7. การอ่านหนังสือในห้องสมุดหรือสถานที่ที่จัดไว้สำหรับการอ่านหนังสือโดยเฉพาะจะต้องไม่ส่งเสียงดังและปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของสถานที่นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด