พิมพ์
หมวดหลัก: สาระความรู้พื้นฐาน ม.ปลาย
หมวด: พท31001 ภาษาไทย
ฮิต: 3357

บทที่ 1

การฟัง การดู

เรื่องที่ 1 การเลือกสื่อในการฟังและการดู

สื่อควรจะรู้จักประเภทเพื่อแยกแยะในการนำไปใช้ประโยชน์  ซึ่งอาจสรุปประเภทการแยกแยะประเภทของสื่อในการนำไปใช้ประโยชน์  มีดังนี้   

1. สื่อโฆษณา สื่อประเภทนี้ผู้ฟังต้องรู้จุดมุ่งหมาย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการสื่อให้คล้อยตาม อาจไม่สมเหตุสมผล ผู้ฟังต้องพิจารณาไตร่ตรองก่อนซื้อหรือก่อนตัดสินใจ

2. สื่อเพื่อความบันเทิง เช่น เพลง , เรื่องเล่า ซึ่งอาจมีการแสดงประกอบด้วย เช่น นิทานนิยาย หรือสื่อประเภทละคร สื่อเหล่านี้ผู้รับสารต้องระมัดระวัง ใช้วิจารณ์ญาณประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะซื้อหรือทำตาม ปัจจุบันรายการโทรทัศน์จะมีการแนะนำ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายใดเพราะเชื่อกันว่าถ้าผู้ใดขาดความคิดในเชิงสร้างสรรค์แล้วสื่อบันเทิงอาจส่งผลร้ายต่อสังคมได้ เช่น ผู้ดูเอาตัวอย่างการจี้ , ปล้น , การขมขื่นกระทำชำเรา และแม้แต่การฆ่าตัวตาย โดยเอาอย่างจากละครที่ดูก็เคยมีมาแล้ว

3. ข่าวสาร สื่อประเภทนี้ผู้รับสารต้องมีความพร้อมพอสมควร เพราะควรต้องรู้จักแหล่ง ข่าว ผู้นำเสนอข่าว การจับประเด็น ความมีเหตุมีผล รู้จักเปรียบเทียบเนื้อหาจากที่มาของข่าวหลาย ๆ แห่ง   เป็นต้น

4. ปาฐกถา เนื้อหาประเภทนี้ผู้รับสารต้องฟังอย่างมีสมาธิเพื่อจับประเด็นสำคัญให้ได้และก่อนตัดสินใจเชื่อหรือนำข้อมูลส่วนใดไปใช้ประโยชน์ต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้น ๆ อยู่บ้าง

5. สุนทรพจน์  สื่อประเภทนี้ส่วนใหญ่จะไม่ยาว และมีใจความที่เข้าใจง่ายชัดเจนแต่ผู้ฟังจะต้องรู้จักกลั่นกรองสิ่งที่ดีไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ

 

เรื่องที่ 2 การวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องที่ฟังและดู

ความหมายของการวิเคราะห์  การวินิจและการวิจารณ์ 

การวิเคราะห์  หมายถึง การที่ผู้ฟังและผู้ดูรับสารแล้วพิจารณาองค์ประกอบออกเป็นส่วน ๆ นำมาแยกประเภท ลักษณะ สาระสำคัญของสาร กลวิธีการเสนอและเจตนาของผู้ส่งสาร

การวินิจ หมายถึง การพิจารณาสารด้วยความเอาใจใส่ ฟังและดูอย่างไตร่ตรองพิจารณาหาเหตุผลแยกแยะข้อดีข้อเสีย คุณค่าของสาร ตีความหมายและพิจารณาสำนวน ภาษา ตลอดจนน้ำเสียงและการแสดงของผู้ส่งสาร พยายามทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงเพื่อให้ได้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของผู้วินิจ

การวิจารณ์  หมายถึง การพิจารณาเทคนิคหรือกี่ลวิธีที่แสดงออกมานั้น ให้เห็นว่า น่าคิดน่าสนใจ น่าติดตาม มีชั้นเชิงยอกย้อน หรือตรงไปตรงมา องค์ประกอบใดมีคุณค่าน่าชมเชยองค์ประกอบใดน่าท้วงติงหรือบกพร่องอย่างไร การวิจารณ์สิ่งใดก็ตามจึงต้องใช้ความรู้มีเหตุมีผลมีหลักเกณฑ์และมีความรอบคอบด้วย

ตามปกติแล้ว เมื่อจะวิจารณ์สิ่งใด จะต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนการของการวิเคราะห์สารวินิจสาร และประเมินค่าสาร ให้ชัดเจนเสียก่อนแล้ว จึงวิจารณ์แสดงความเห็น ออกมาอย่างมีเหตุมีผลให้น่าคิด น่าฟังและเป็นคำวิจารณ์ที่เชื่อถือได้ และการวิจารณ์แสดงความคิดเห็นที่จะทำได้อย่างมีเหตุมีผลน่าเชื่อถือนั้น ผู้รับสารจะต้องรู้หลักเกณฑ์การวิจารณ์แสดงความคิดเห็นตามชนิดของสาร เพราะสารแต่ละชนิด ย่อมมีองค์ประกอบเฉพาะตัว เช่น ถ้าเป็นข่าวต้องพิจารณาความถูกต้องตามความเป็นจริง แต่ถ้าเป็นละครจะดูความสมจริง และพิจารณาโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง ฉาก ตัวละคร ภาษาที่ใช้ บทบาทการแสดง ฯลฯ นอกจากรู้หลักเกณฑ์แล้วจะต้องอาศัยการฝึกฝนบ่อย ๆ และอ่านตัวอย่างงานวิจารณ์ของผู้อื่นที่เชี่ยวชาญให้มาก ก็จะช่วยให้การวิจารณ์ ดีมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ

 

เรื่องที่ 3 มารยาทในการฟังและการดู

การฟังและการดูจะสัมฤทธิ์ผลนั้น ผู้ฟังต้องคำนึงถึงมารยาทในสงคมด้วยยิ่งเป็นการฟังและการดูในที่สาธารณะยิ่งต้องรักษามารยาทอย่างเคร่งครัดเพราะมารยาทเป็นเครื่องกำกับพฤติกรรมของคนในสังคม ควบคุมให้คนในสงคมประพฤติตนให้เรียบร้อยงดงาม อันแสดงถึงความเป็นผู้ดีและเป็นคนที่พัฒนาแล้ว

การฟังและการดูในโอกาสต่าง ๆเป็นพฤติกรรมที่ทำงสังคม ยกเว้นการฟังและการดูจากสื่อตามลำพัง แต่ในบางครั้งการฟังและการดูบทเรียนจากสื่อทางไกลก็มีการฟังและการดูกันเป็นกลุ่มร่วมกับบุคคลอื่นด้วย จำเป็นต้องรักษามารยาท เพื่อมิให้เป็นการรบกวนสมาธิของผู้อื่นการรักษามารยาทในขณะที่ฟังและดูเป็นการแสดงถึงการมีสัมมาคารวะต่อผู้พูดีหรือผู้แสดงหรือต่อเพื่อนผู้ฟังด้วยกัน ต่อสถานที่ผู้มีมารยาทยังจะได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีวัฒนธรรมดีงามอีกด้วย

มารยาทในการฟังและการดูในโอกาสต่าง ๆ มีดังนี้   

 1. การฟังและการดูเฉพาะหน้าผู้ใหญ่

เมื่อฟังและดูเฉพาะหน้าผู้ใหญ่ไม่ว่าจะอยู่แต่ลำพังหรือมีผู้อื่นร่วมอยู่ด้วยก็ตาม จะต้องสารวมกริยาอาการให้ความสนใจด้วยการสบตากับผู้พูด ผู้ที่สื่อสารให้กันและกันทราบ ถ้าเป็นการสนทนาไม่ควรชิงพูดก่อนที่คู่สนทนาจะพูดจบุหรือถ้ามีปัญหาข้อสงสัยจะถาม ควรให้ผู้พูดจบกระแสความก่อนแล้วจึงถาม หากมีเพื่อนร่วมฟังและดูอยู่ด้วยต้องไม่กระทำการใดอันจะเป็นการรบกวนผู้อื่น

 2. การฟังและการดูในที่ประชุม

การประชุมจะมีประธานในที่ประชุมเป็นผู้นำและควบคุมให้การประชุมดำเนินไปด้วยดีผู้เข้าร่วมประชุมต้องให้ความเคารพต่อประธาน ในขณะที่ผู้อื่นพูดีเราต้องตั้งใจฟังและดูหากมีสาระสำคัญก็อาจจัดบันทึกไว้เพื่อจะได้นำไปปฏิบัติ หรือเปืนข้อมูลในการอภิปรายแสดงความคิดเห็น ไม่ควรพูดกระซิบกับคนข้างเคียง ไม่ควรพูดแซ่งขึ้น หรือแสดงความไม่พอใจให้เห็นควรฟังและดูจนจบแล้วจึงให้สัญญาณขออนุญาตพูดด้วยการยกมือหรือขออนุญาต ไม่ควรทำกิจธุระส่วนตัว และสิ่งอื่นใดที่จะเป็นการรบกวันที่ประชุม

3. การฟังและการดูในที่สาธารณะ

การฟังและการดูในที่สาธารณะเป็นการฟังและการดูที่มีคนจำนวนมากในสถานที่ที่เป็นห้องโถง กว้าง และในสถานที่ที่เป็นลานกว่าง อาจจะมีหลังคาหรือไม่มีก็ได้ ขณะที่ฟังและดูไม่ควรกระทำการใดๆ ที่จะก่อความรำคาญ สร้างความวุ่นวายให้แก่บุคคลที่ชมหรือฟังร่วมอยู่ด้วยข้อควรระวัง มีดังนี้   

3.1. รักษาความสงบ ไม่ใช้เสียงพูดคุยและกระทำการใดๆ ที่เป็นเรื่องรบกวน ผู้อื่นและไม่ควรนำเด็กเล็ก ๆ ที่ไร้เดียงสาเข้าไปดูหรือฟังด้วยเพราะอาจจะร้องหรือทำเสียงรบกวนผู้อื่นได้

3.2. ไม่ควรนำอาหารของขบเคี้ยว ของที่มีกลิ่นแรงเข้าไปในสถานที่นั้น เพราะเวลาแก้ห่ออาหาร รับประทานของขบเคี้ยวก็จะเกิดเสียงดังรบกวนผู้อื่นและของที่มีกลิ่นแรงก็จะส่งกลิ่นรบกวนผู้อื่นด้วย

3.3. ไม่เดินเข้าออกบ่อย เพราะในสถานที่นั้นจะมืด เวลาเดินอาจจะเหยียบหรือเบียดผู้ร่วมฟังด้วย หากจำเป็นควรเลือกที่นั่งที่สะดวกต่อการเดินเข้าออก เช่น นั่งใกล้ทางเดิน เป็นต้น

 3.4. ไม่ควรแสดงกริยาอาการที่ไม่เหมาะไม่ควรระหว่างเพื่อนต่างเพศในโรงมหรสพเพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคลขัดต่อวัฒนธรรมประเพณีไทย

 3.5. ไม่ควรส่งเสียงดังเกินไปเมื่อชอบใจเป็นพิเศษในเรื่องที่ดูหรือฟัง เช่น ถึงตอนที่ชอบใจเป็นพิเศษก็จะหัวเราะเสียงดัง ปรบมือหรือเป่าปาก ซึ่งจะเป็นการสร้างความรำคาญและรบกวนผู้อื่น

 3.6. ไม่แสดงอาการกริยาที่ไม่สมควร เช่น การโยกตัว การเต้นและแสดงท่าทางต่างๆ เกินพอดี