พิมพ์
หมวดหลัก: สาระการประกอบอาชีพ ม.ปลาย
หมวด: อช31001 ช่องทางการขยายอาชีพ
ฮิต: 7011

บทที่ 2

ช่องทางการขยายอาชีพ 

เรื่องที่ 1 ความจำเป็นในการมองเห็นช่องทางการประกอบอาชีพ

หากผู้ประกอบอาชีพสามารถผลิตสินค้าหรือบริการได้ตามที่ตลาดต้องการได้ก่อน และเป็นอาชีพที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนั้น ย่อมทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาตนเองให้มองเห็นโอกาสในการประกอบอาชีพได้

หลักสำคัญของช่องทางในการขยายอาชีพ มีดังนี้

1. ความชำนาญจากงานที่ทำในปัจจุบัน มีส่วนช่วยให้มองเห็นโอกาสในการประกอบอาชีพ เช่น คนทำงานที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า เมื่อกลับมาภูมิลำเนาเดิมของตนเอง ก็นำความรู้ความสามารถและความชำนาญมาใช้เป็น      ช่องทางการประกอบอาชีพของตนเองได้

2. ความชอบความสนใจส่วนตัว เช่น คนชอบประดิษฐ์ดอกไม้ พัฒนางานที่ชอบจากงานอดิเรกกลายเป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้เป็นอย่างดี

3. การฟังความคิดเห็นจากแหล่งต่าง ๆ โดยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลผู้ที่ประสบความสำเร็จ เป็นการเรียนรู้จากแหล่งความรู้และก่อให้เกิดความคิดริเริ่ม ก่อนที่จะลงมือทำงานจริง

4. การศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ การดูวีดีทัศน์ ฟังวิทยุ ดูรายการโทรทัศน์ หรือสื่อต่าง ๆ จะช่วยให้เกิดความรู้และความคิดใหม่ ๆ

5. ข้อมูล สถิติ รายงาน ข่าวสารจากหน่วยราชการและเอกชน รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ    ในการมองหาช่องทางในการประกอบอาชีพ พัฒนาอาชีพ ควรให้ความสนใจข้อมูลต่าง ๆ ในการติดตามเหตุการณ์ แล้วนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจประกอบอาชีพ

 

เรื่องที่ 2 ความเป็นไปได้ของการขยายอาชีพ

กรอบแนวคิดในการประเมินความเป็นไปได้ ที่มีองค์ประกอบร่วมกัน 5 องค์ประกอบ ดังนี้

1. รูปแบบการขยายอาชีพ คือ ผลผลิต กระบวนการผลิต และปัจจัยนำเข้าการผลิต

2. ความยากง่ายของการดำเนินการจัดการ คือ การบริหารจัดการ แรงงาน เงินทุน และแผนธุรกิจ

3. การรับได้ของลูกค้า คือ ผลผลิตอยู่ในความนิยม ความจำเป็นต่อชีวิต และราคา

4. การรับได้ของสังคมชุมชน คือ สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณี 

5. ความเหมาะสมของเทคนิควิทยาการที่ใช้ในการขยายอาชีพ คือ เทคนิควิทยาการเพื่อการลดต้นทุน และ เทคนิควิทยาการเพื่อการลดของเสีย

 

เรื่องที่ 3 การกำหนดวิธีการขั้นตอนการขยายอาชีพและเหตุผลของการขยายอาชีพ

เป็นขั้นตอนการปฏิบัติการในอาชีพที่จะต้องใช้องค์ความรู้ที่ยกระดับคุณค่าเพื่อมาใช้ปฏิบัติการ เป็นกระบวนการของการทำงานที่เริ่มจากการนำองค์ความรู้ที่จัดทำในรูปของคู่มือคุณภาพหรือเอกสารคู่มือดำเนินงานมาศึกษาวิเคราะห์จัดระบบปฏิบัติการ จัดปัจจัยนำเข้าดำเนินการ ทำงานตามขั้นตอนและการควบคุมผลผลิตให้มีคุณภาพเป็นไปตามข้อกำหนดดำเนินการตรวจสอบหาข้อบกพร่องในการทำงาน ปฏิบัติแก้ไขข้อบกพร่องเป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับปรุงพัฒนาเอกสารคู่มือดำเนินงานไปเป็นระยะ ๆ ก็จะทำให้การปฏิบัติการในกิจกรรมอาชีพประสบความสำเร็จสู่ความเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน ตามกรอบความคิดนี้

1. การปฏิบัติการใช้ความรู้ โดยใช้วงจรเด็มมิ่ง เป็นกรอบการทำงาน

 

2. ทุนทางปัญญา ผลจากการนำองค์ความรู้ไปใช้ มีการตรวจสอบหาข้อบกพร่อง และปฏิบัติการแก้ไขข้อบกพร่องเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องทำให้องค์ความรู้สูงขึ้นเป็นลำดับจนกลายเป็นทุนทางปัญญาของตนเองหรือของชุมชน

3. ธุรกิจสู่ความเข้มแข็งยั่งยืน การจัดการความรู้ทำให้องค์ความรู้สูงขึ้นโดยลำดับการขยายของอาชีพจึงเป็นการทำงานที่มีภูมิคุ้มกัน โอกาสของความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ต่ำลง ดังนั้นความน่าจะเป็นในการขยายอาชีพจึงประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง เพราะมีการจัดการความรู้ ยกระดับความรู้นำไปใช้และปรับปรุง แก้ไขเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลทำให้ธุรกิจเข้มแข็ง ยั่งยืนได้ เพราะรู้จักและเข้าใจตนเองตลอดเวลา

 

บทสรุป

การขยายขอบข่ายอาชีพเพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับธุรกิจ จำเป็นจะต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ทำไปตามที่เคยทำ ดังนั้นการจัดการความรู้เป็นเรื่องสำคัญของทุกคนที่ประกอบอาชีพ จะขยายช่องทางการประกอบอาชีพออกไป จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. เป็นบุคคลที่ทำงานบนฐานข้อมูล ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ด้านต่าง ๆ เข้ามาบูรณาการร่วมกันทั้งระบบของอาชีพ

2. ต้องใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือ หมายถึง ผู้ประกอบการต้องตระหนักและเห็นถึงปัญหาเพื่อการจัดการความรู้หรือใช้แก้ปัญหา จัดการทดลอง สรุปองค์ความรู้ให้มั่นใจแล้วนำไปขยายกิจกรรมเข้าสู่การขยายขอบข่ายอาชีพออกไป

3. ต้องเป็นบุคคลที่มีความภูมิใจในการถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ให้สูงส่งเป็นทุนทางปัญญาของตนเอง ชุมชนได้