บทที่ 2
การพูด
เรื่องที่ 1 มารยาทในการพูด
1. ใช้คำพูดสุภาพเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลให้เกียรติกับผู้ที่เราพูดด้วย รู้จักใช้คำที่แสดงถึงความมีมารยาท เช่น คำขอบคุณ ขอบใจ เมื่อผู้อื่นทำคุณต่อเรา และกล่าวขอโทษ ขออภัย เสียใจ ในโอกาสที่กระทำการล่วงเกินผู้อื่น
2. ไม่พูดจาเยาะเย้ย ถากถาง ดูหมิ่นเหยียดหยาม เสียดสีผู้อื่น ไม่พูดจายกตนข่มท่านพูดชี้จุดบกพร่องหรือปมด้อยของผู้อื่นให้เกิดความอับอาย
3. ไม่ผูกขาดการพูดและความคิดแต่เพียงผู้เดียว ให้โอกาสผู้อื่นได้พูดบ้าง ไม่พูดตัดบทในระหว่างผู้อื่นกำลังพูด ควรคอยให้ผู้อื่นพูดจนหมดกระบวนความแล้วจึงพูดต่อ
4. เมื่อจะพูดคัดค้าน หรือโต้แย้ง ควรจะเหมาะสมกับโอกาสและมีเหตุผลเพียงพอไม่ใช้อารมณ์ควรใช้คำพูดที่นุ่มนวล ไม่ให้เสียบรรยากาศของการพูดคุยกัน
5. การพูดเพื่อสร้างบรรยากาศ ให้เกิดอารมณ์ขัน ควรจะเป็นเรื่องตลกขบขั้นที่สุภาพไม่หยาบโลน หรือพูดลักษณะสองแง่สามง่าม
6. ไม่พูดติเตียนกล่าวหาหรือินินทาผู้อื่นต่อหน้าชุมชน หรือในขณะที่ผู้ที่เราพูดถึงไม่ได้อยู่ด้วย
7. ควรพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง ไม่ใช้น้ำเสียงห้วน ๆ หรือดุดันวางอำนาจเหนือผู้ฟังรู้จักใช้คำค่ะ ครับนะคะ นะครับ หน่อย เถิด จ๊ะ นะ เสริมการพูดให้สุภาพไพเราะน่าฟัง
เรื่องที่ 2 ลักษณะการพูดที่ดี
การพูด
การพูดเป็นการสื่อสารอีกประเภทหนึ่งที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ในการพูดควรตระหนักถึงวัฒนธรรมในการใช้ภาษา คือต้องเป็นผู้มีมารยาทในการพูด มีคุณธรรมในการพูดและปฏิบัติตามลักษณะการพูดที่ดี จึงจะสื่อกับผู้ฟังได้ตามที่ต้องการ
การพูดของแต่ละบุคคลในแต่ละครั้งจะดีหรือไม่ดอย่างไรนั้น เรามีเกณฑ์ที่จะพิจารณาถ้าเป็นการพูดที่ดีจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
1. ต้องมีเนื้อหาดี เนื้อหาที่ดีต้องตรงตามจุดมุ่งหมายของผู้พูด พูดเพื่ออะไร เพื่อความรู้ความคิด เพื่อความบันเทิง เพื่อจูงใจโน้มน้าวใจ เนื้อหาจะต้องตรงตามเจตนารมณ์ของผู้พูดและเนื้อหานั้นต้องมีความยากง่ายเหมาะกับผู้ฟัง มีการลำดับเหตุการณ์ ความคิดที่ดีมีระเบียบไม่วกวน จึงจะเรียกว่ามีเนื้อหาดี
2. ต้องมีวิธีการถ่ายทอดดี ผู้พูดจะต้องมีวิธีการถ่ายทอดความรู้ความคิดหรือสิ่งที่ต้องการถ่ายทอดให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายเกิดความเชื่อถือ และประทับใจ ผู้พูดต้องมีศิลปะในการใช้ถือยคำภาษาและการใช้น้ำเสียง มีการแสดงกริยาท่าทางประกอบในการแสดงออกทางสีหน้า แววตาได้อย่างสอดคล้องเหมาะสม การพูดจึงจะเกิดประสิทธิผล
3. มีบุคลิกภาพดี ผู้พูดจะต้องแสดงออกทางกายและทางใจได้เหมาะสมกับโอกาสของการพูด อันประกอบด้วย รูปร่างหน้าตา ซึ่งเราไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนอะไรได้มากนัก แต่ก็ต้องทำให้ดูดีที่สุด การแต่งกายและกริยาท่าทาง ในส่วนนี้เราสามารถที่จะสร้างภาพให้ดีได้ไม่ยากจึงเป็นส่วนที่จะช่วยในการสร้างบุคลิกภาพที่ดีได้มาก ส่วนทางจิตใจนั้นเราต้องสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองให้สูง มีความจริงใจและมีความคิดริเริ่ม ผู้พูดที่มีบุคลิกภาพที่ดี จึงดึงดูดใจให้ผู้ฟังเชื่อมั่นศรัทธาและประทับใจได้ง่าย การสร้างบุคลิกภาพที่ดีเป็นคุณลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของการพูด
การพูดที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันนั้นมีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโอกาสสถานที่กาลเทศะและบุคคลที่เราพูด ถ้าพูดเป็นทางการเช่น การพูดในที่ประชุม สัมมนาการพูดรายงานความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ผู้พูดี ยอมต้องใช้ภาษาลักษณะหนึ่ง แต่ในโอกาสที่ไม่เป็นทางการเช่น การพูดในวงสนทนาของเพื่อนที่สนิทสนมกันการพูดให้คำปรึกษาของครูกศน. กับผู้เรียน ผู้นำหมู่บ้านี้ชแจงรายละเอียดของการประชุมให้คนในชุมชนทราบ ก็ย่อมจะใช้ภาษาอีกอย่างหนึ่งหรือถ้าเราพูดกับบุคคลที่รู้จักคุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดีก็ใช้ภาษาพูดลักษณะหนึ่ง แต่ถ้าพูดกับบุคคลที่เราเพิ่งรู้จักยังไม่คุ้นเคยก็จะใช้ภาษาอีกลักษณะหนึ่ง
เรื่องที่ 3 การพูดในโอกาสต่าง ๆ
การแนะนำตนเอง
การแนะนำตนเอง มีความจำเป็นและมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างยิ่งเพราะในแต่ละวันเราจะมโอกาสพบปะสังสรรค์ ติดต่อประสานงานกับบุคคลอื่น ๆอยู่เสมอ การแนะนำสร้างความรู้จักคุ้นเคยกันจึงต้องเกิดขึ้นเสมอ แต่การแนะนำด้วยการบอกชื่อสถานภาพอย่างตรงไปตรงมาเป็นธรรมเนียมของชาวตะวันตก
ส่วนคนไทยนิยมใช้การแนะนำด้วยการให้ความช่วยเหลือให้บริการเป็นเบื้องต้น เช่นหยิบของให้รินน้ำตักอาหาร เมื่อมโอกาสอนควรก็จะทักทายปราศรัยและเริ่มการสนทนาในเรื่องที่เห็นว่าจะพูดคุยกันได้ แต่ก็มีบางครั้งบางโอกาสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับรู้แสดงอาการเฉยเมยไม่ตอบสนอง จนทำให้อีกฝ่ายหนึ่งอึดอัดเก้อเขินหมดความพยายามผลสุดท้ายก็เลิกราไปซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นสภาพการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา และคงไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นกับตัวเองดังนั้นผู้เรียนจึงต้องเข้าใจและฝึกฝนการแนะนำตนเองเพราะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ต่อการดำเนินชีวิตและจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
การพูดต่อชุมชน
1. เป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วที่จะเผยแพร่ความคิดเห็นของ บุคคลต่อสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง ความคิดเห็นอาจเป็นได้ทั้งในทางสนับสนุน และคัดค้าน
2. เป็นวิธีการหนึ่งในการถ่ายทอดวัฒนธรรมการปลูกฝังคุณธรรม การเผยแพร่ความรู้ และวิทยาการใหม่ ๆ สู่ประชาชน เช่น เรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้าน ปาฐกถาธรรมการเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร การอุตสาหกรรม เป็นต้น
3. เป็นวิถีทางที่ทำให้มนุษย์สามารถชี้แนะการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาการจราจรปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น
นอกจากการพูดต่อชุมชนโดยการประชุมร่วมกัน หรือการพูดในที่สาธารณะ เช่น การหาเสียง การพูดโฆษณาสินค้าต่าง ๆแล้วยังมีการพูดอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นการพูดผ่านสื่อมวลชนโดยผ่านทางโทรทัศน์หรือวิทยุ ผู้เรียนเคยเห็นเคยฟังวิธีการพูดเช่นนี้มาบ้างแล้ว อาทิ การพูด สัมภาษณ์ การเป็นพิธีกร การสนทนา การโฆษณา การเล่าเรื่อง เป็นต้น
การพูดโดยผ่านสื่อมวลชน จะมีผู้ฟังหรือผู้ชมทั่วประเทศ ผู้ดำเนินรายการจะต้องคำนึงถึง
วิธีการพูด ดังนี้
1. วิธีการพูดที่น่าสนใจ เร้าใจ สนุกสนาน
2. ภาษาที่ใช้ต้องสุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล กระชับเข้าใจง่าย
3. ให้เกียรติแก่ผู้ที่กำลังพูดด้วย หรือผู้ที่กล่าวถึง
4. ไม่พูดก้าวร้าวหรือเสียดสีผู้อื่น
การพูดในที่ประชุม
ผู้เรียนที่ราบมาแล้วว่าการประชุมมีหลายประเภทหลายลักษณะทั้งการประชุมกลุ่มย่อยการประชุมกลุ่มใหญ่ การประชุมเชิง วิชาการการประชุมเชิงปฏิบัติการฯลฯ แต่บุคคลที่มีบทบาทที่จะต้องพูดในที่ประชุมที่สำคัญนั้นมีเพียง 2 ฝ่าย คือประธานในที่ประชุมและผู้เข้าร่วมประชุมบุคคลทั้ง 2 ฝ่ายนี้จะต้องรู้จักหน้าที่และมารยาทของการพูดในที่ประชุม มิฉะนั้น การประชุมก็จะไม่เรียบร้อยและไม่บรรลุผลตามวัตถุประสงค์
ประธานในที่ประชุม จะต้องปฏิบัติตามีหน้าที่และมารยาทในการพูดดังนี้
1. แจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ ปัญหาหรือประเด็นที่น่าคิดของการประชุมให้สมาชิกได้ทราบและพิจารณาก่อนดำเนินการประชุม
2. พูดตามหัวข้อหรือวาระการประชุมอย่างสั้น ๆ ได้เนื้อหาสาระและอย่าถือโอกาสของการเป็นประธานผูกขาดการพูดแต่เพียงผู้เดียว
3. ให้โอกาสแก่ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี กว้างขวางเป็นอิสระและทั่วถึง ประธานคอยสรุปความคิดเห็น ข้อเสนอต่าง ๆให้กระชับ ตรงประเด็นและเป็นคนสุดท้าย
4. ใช้คำพูดสร้างบรรยากาศที่ดี มีความเป็นกันเองเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมกล้าแสดงความคิดเห็น และเพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่น
5. ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบวาระและรักษาเวลาในการประชุมให้เป็นไปตามกำหนด หากผู้เข้าร่วมประชุมพูดแสดงความคิดเห็นมากจนเกินเวลาหรือพูดไม่ตรงประเด็นประธานต้องเตือนให้พูดรวบรัดและพูดให้ตรงประเด็น
การพูดรายงาน
การพูดรายงาน หมายถึง การพูดเพื่อนำเสนอเรื่องราว ข้อมูลข้อเท็จจริง ผลการปฏิบัติงานสถานการณ์ ความก้าวหน้าของการดำเนินงาน หรือผู้ลของการศึกษาค้นคว้าต่อกลุ่มหรือที่ประชุมเช่น การรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการของหน่วยงาน หรือองค์กรที่รับผิดชอบ รายงานสถานการณ์และความก้าวหน้าของหน่วยงาน รายงานผลการทดลองหรือศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เป็นต้น การพูดรายงานทีผู้เรียนจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน คือการพูดรายงานผลการทดลองและการศึกษาค้นคว้า เพื่อเสนอต่อครูและเพื่อนในกลุ่ม ซึ่งมักจะเรียกว่าการรายงานหน้าชั้นดังนั้น ผู้เรียนจะต้องทราบถึงหลักและวิธีการพูดรายงานพร้อมทั้งหมั่นฝึกฝนให้เกิดทักษะซึ่ง มีแนวปฏิบัติดังนี้
1. เรียบเรียงเนื้อหาที่จะรายงานตามลำดับความสำคัญได้สาระกระชับและชัดเจน
2. พิจารณาเนื้อหาให้เหมาะสมกับสภาพและพื้นฐานความรู้ของกลุ่มผู้ฟัง
3. พิจารณาเนื้อหาที่รายงานให้เหมาะสมกับเวลาที่กำหนด
4. ควรใช้ภาษาในการเสนอเนื้อหาให้เหมาะสมกับระดับของผู้ฟัง ใช้ภาษาที่สื่อสารเข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์เทคนิค หรือศัพท์ทาง วิชาการที่ยากจะทำให้ผู้ฟังไม่เข้าใจ
5. มีการยกตัวอย่างสถิติ เอกสารและอุปกรณ์ประกอบการรายงานในเนื้อหาบางตอน เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายและชัดเจน
6. ควรเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถามข้อสงสัยเพื่อผู้รายงานจะได้อธิบาย
7. หากการรายงานมีเนื้อหาสาระมากเกินเวลาที่มีอยู่ ควรมีการพิมพ์เอกสารแจกลวงหน้าเพื่อผู้รายงานจะได้ชี้แจงเฉพาะส่วนที่สำคัญเท่านั้น ส่วนรายละเอียดจะดูได้จากเอกสาร
การพูดบรรยายความรู้สึก
การพูดบรรยายความรู้สึก เป็นลักษณะการถ่ายทอดความรู้อารมณ์ความรู้สึก หรือความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยผู้พูดมีจุดประสงค์เพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังคล้อยตามหรือเชื่อในเรื่องนั้น ๆ การพูดบรรยายความรู้สึกนึกคิดออกมาให้ผู้ฟังเชื่อและเห็นคล้อยตามนั้น จำเป็นต้องใช้ศิลปะในการพูด ศิลปะในการใช้น้ำเสียงและการแสดงกริยาท่าทางประกอบได้อย่างเหมาะสมตลอดจนการเลือกใช้ถ้อยคำในการพูดและการใช้กลวิธีในการบรรยายความรู้สึก เช่น การพูดแสดงความยินดี การพูดแสดงความขอบคุณ การกล่าวแสดงความเสียใจ การเล่าเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ และการพูดปลอบใจ เป็นต้น
การพูดอธิบาย
เป็นการพูดชี้แจงรายละเอียดเป็นการพูดอธิบายวิธีหนึ่งที่มีจุดประสงค์สำคัญ เพื่ออธิบายหรือชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีผู้ติดใจสงสัยให้เข้าใจในรายละเอียดอย่างแจ่มแจ้งชัดเจนทั้งผู้ชี้แจงอาจเป็นคน ๆ เดียวหรือเปืนคณะก็ได้ และผู้ฟังอาจจะเป็นคน ๆ เดียวหรือกลุ่มคนก็ได้ การพูดชี้แจงรายละเอียดมีขั้นตอนและวิธีการดังนี้
1. ต้องศึกษาทำความเข้าในปัญหาหา ข้อสงสัย เหตุการณ์ความต้องการและสถานการณ์ ของ บุคคล กลุ่มบุคคลที่จะชี้แจงเป็นอย่างดี
2. พูดเท้าความถึงปัญหา ข้อสงสัย ความต้องการของผู้ฟัง คำชี้แจงเพื่อเป็นหลักฐานที่จะนำเข้าสู่การชี้แจงรายละเอียด
3. เริ่มชี้แจงรายละเอียดีหรือเนื้อเรื่องที่เป็นเหตุผลสำคัญเป็นข้อเท็จจริงหรือเปืนวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม โดยใช้ภาษาให้เหมาะสมกับกาลเทศะบุคคลและสถานการณ์ในขณะนั้นอธิบายให้ผู้ฟังเข้าใจในรายละเอียดให้แจ่มแจ้งชัดเจน
4. มีการสรุปในสาระสำคัญ แนวปฏิบัติหรือข้อตกลงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น